ยามพบตัวนาง นางกำลังซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในซอกหินใกล้ฝั่ง หากตกน้ำเพราะพลาดพลั้งจริง ก็ควรต้องร้องขอความช่วยเหลือเสียงดัง ไฉนจึงซุกตัวเงียบเชียบอยู่ตรงนั้นได้
จงเซี่ยนคาดว่าเรื่องนี้คงมีเงื่อนงำ จึงตั้งใจอยู่ต่อไม่จากไป เพื่อไต่สวนนางด้วยตนเอง
ก่อนหน้านี้เมื่ออยู่ต่อหน้าฮูหยินใหญ่จง หมิงอี้บอกว่าตนเผลอตกน้ำไปเอง
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าจงเซี่ยน นางกลับกล่าวตามจริงว่า “ข้าถูกคนผลักตกน้ำ”
แววตาจงเซี่ยนหม่นลงเล็กน้อย “คนที่ผลักเจ้าคือใคร”
หมิงอี้ส่ายหน้าเบา ๆ “เป็นสาวใช้คนหนึ่ง อ้างว่าเป็นบ่าวในเรือนท่านอารอง นางบอกว่าทำหมึกอักษรของท่านหายไปโดยไม่ระวัง ข้าจึงพาเยว่กุ้ยไปกับนาง เพื่อค้นหาบริเวณรอบทะเลสาบในสวน คาดไม่ถึงว่าจะเป็นกับดัก นางฉวยโอกาสผลักข้าตกลงไปในทะเลสาบ”
หมิงอี้หยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ “ข้ายังไม่รู้สาเหตุที่นางทำร้ายข้า ยิ่งไม่รู้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลัง แต่ข้ามั่นใจได้ว่านางไม่ใช่บ่าวในจวนจง อีกทั้งตอนตกน้ำ ข้าร้อนรนจนดึงนางตกลงไปด้วย”
นางรู้ดีว่าในตอนนี้ไม่มีหลักฐานแม้แต่น้อย จึงไม่อาจเอ่ยชื่อหลูจางหมิงออกไปโดยพลการ
ไร้หลักฐานคำพูดก็เป็นเพียงลมปาก กลับจะถูกกล่าวหาว่ายุแยงสร้างเรื่อง มีแต่ต้องให้จงเซี่ยนไปสืบหาความจริงด้วยตนเอง เขาจึงจะเชื่อ
แต่หลูจางหมิงฉลาดถึงเพียงนั้น คงเก็บกวาดร่องรอยทั้งหมดไปแล้ว ยามนี้คนก็ออกจากจวนจงไปนานแล้ว หากคิดสืบหาเบาะแส ย่อมยากยิ่ง
อีกอย่าง นางเป็นใครกัน เป็นเพียงหญิงกำพร้าที่อาศัยใต้ชายคาผู้อื่น มีค่าพอให้จวนจงทุ่มเทกำลังคนสืบหาความจริงเรื่องที่นางตกน้ำหรือ
หมิงอี้เตรียมใจยอมรับเคราะห์ร้ายไว้แล้ว
จงเซี่ยนกลับคิดไปไกลกว่านั้น ในใจนึกว่าเรื่องนี้อาจมุ่งมาที่เขา แต่ก็ยังมีจุดที่อธิบายไม่ได้
เขาข่มความคิดในใจ ลุกขึ้นจากข้างเตียง ปลอบนางว่า “เจ้าพักฟื้นอยู่ที่นี่อย่างสบายใจเถิด เรื่องนี้ข้าจะสืบให้กระจ่าง คืนความเป็นธรรมให้เจ้า”
