ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ฟังคำบรรยายของชายคนนั้นแล้วต่างสูดหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกัน สายตาที่มองหลินเหยาเหยาเปลี่ยนไปในทันที
คนธรรมดาพอเห็นคนชั่วช้าถืออาวุธทำร้ายผู้อื่นเข้าอย่างกะทันหัน ย่อมตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อและรีบเผ่นหนี
เมื่อภัยมาถึงตัว การไม่อาจห่วงคนอื่นและคิดหาทางเอาตัวรอดก่อน ย่อมเป็นเรื่องปกติของมนุษย์
แต่การเลือกช่วยตัวเองกับการผลักคนอื่นไปตายยามตกอยู่ในอันตราย เป็นคนละเรื่องกัน
หลินเหยาเหยาไม่ได้ผลักคนแค่คนเดียว ผู้บาดเจ็บทั้งสองคนในตู้เสบียงล้วนถูกเธอผลักทั้งนั้น
ต่อให้คนธรรมดาเห็นแก่ตัวแค่ไหน ก็ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้ได้
ไม่สิ นี่ไม่ใช่แค่เห็นแก่ตัวแล้ว ต้องเรียกว่าใจดำอำมหิตต่างหาก
ใบหน้าของหลินเหยาเหยาซีดเผือดในพริบตา เธอส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัว
“ไม่ใช่นะ ไม่ใช่แบบนั้น ฉันไม่ได้ผลักเขา ไม่ได้ทำร้ายใคร พวกคุณใส่ร้ายฉันแบบนี้ไม่ได้”
คนที่พูดก่อนหน้านี้หัวเราะเยาะ “คุณคงไม่ได้คิดว่าตอนนั้นสถานการณ์ชุลมุน แล้วมีแค่ผมคนเดียวที่บอกว่าเห็น ก็จะปฏิเสธความผิดได้หรอกนะ?”
ร่างของหลินเหยาเหยาชะงักค้าง ใจเริ่มสังหรณ์ไม่ดี
ชายคนนั้นมองหลินเหยาเหยา แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“พนักงานคนนั้นแค่บาดเจ็บจนหมดสติ ไม่ได้ตายสักหน่อย พอฟื้นขึ้นมา เขาต้องพูดแน่ว่าคุณเป็นคนผลักเขาไปหาคนร้าย อีกอย่าง ตอนนั้นคงไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวที่เห็น ถ้าตั้งใจหา ยังไงก็ต้องเจอพยานคนอื่นอีก”
“ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้คิดจะทำร้ายใครจริง ๆ”
ใบหน้าของหลินเหยาเหยาซีดลงอีกหลายส่วน ร่างโงนเงนแทบยืนไม่อยู่
