หลินเหยาเหยาสมองขาวโพลน ลำคอแห้งผาก
เธออ้าปาก แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
ตอนที่เห็นถังสื่อหมิงเมื่อครู่ หลินเหยาเหยาก็เดาได้แล้วว่าเขาคงได้ยินสิ่งที่คนเหล่านั้นพูด
แต่ถึงในใจเขาจะมีข้อสงสัยอะไร อย่างไรเสียก็ควรรอให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพังแล้วค่อยถาม
หลินเหยาเหยาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะซักไซ้เธอต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ จนทำให้เธอเสียหน้า
หากเป็นเมื่อก่อน ถังสื่อหมิงไม่มีทางทำเช่นนี้แน่
หลินเหยาเหยาร้อนใจอย่างหนัก แม้แต่ปลายนิ้วยังสั่นระริก
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร หลายสิ่งหลายอย่างก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จนความเข้าใจที่เธอเคยมีถูกพลิกกลับหมด
แม้แต่เรื่องบางอย่างที่เดิมทีเธอควรจัดการได้อย่างง่ายดาย ก็คล้ายจะเริ่มควบคุมไม่ได้
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาคิดให้ลึกซึ้ง สิ่งสำคัญที่สุดคือทำให้ถังสื่อหมิงคลายความสงสัยเสียก่อน
จากนั้นพาเขาออกไปจากสถานที่อันวุ่นวายแห่งนี้ จะได้ไม่ปล่อยให้คนพวกนี้ชักจูงเขาต่อ
หลินเหยาเหยาสูดหายใจลึก บังคับตัวเองให้สงบลง
“พี่สื่อหมิง ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ตอนนั้นฉันแค่กลัวมากเกินไป”
สิ่งที่เธอพูดเป็นความคิดจากใจจริง ในสถานการณ์ที่ชีวิตตกอยู่ในอันตราย ใครจะยังคิดถึงเรื่องอื่นได้มากมายกันล่ะ?!
ถ้าไม่ใช่เพราะเด็กตัวแสบคนนั้นโผล่มาบอกว่าเธอผลักแม่ของตัวเองล้ม หลินเหยาเหยาก็คงยังไม่รู้จนถึงตอนนี้ว่าตอนออกจากตู้เสบียง เธอเผลอผลักคนที่อยู่ข้างหน้าให้ล้มด้วย
