คำพูดของเซียวมู่มู่ดังกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสก ๆ จนคนในตู้เสบียงต่างพากันหันมามองหลินเหยาเหยา
จู่ ๆ ก็ถูกเด็กตัวเล็กชี้หน้าด่า หลินเหยาเหยารู้สึกอับอายจนทำอะไรไม่ถูก
เมื่อสังเกตเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นที่คนรอบข้างส่งมาเป็นระยะ เธอก็ข่มกลั้นความเดือดดาลเอาไว้ ก่อนฝืนยิ้มออกมา
“น้องสาว หนูจำคนผิดหรือเปล่า พี่ไม่รู้จักแม่ของหนูเลย แล้วจะผลักท่านได้ยังไง?”
เซียวมู่มู่แค่นเสียง “หนูไม่ได้จำคนผิดสักหน่อย!! เดิมทีแม่หนีออกไปพร้อมกับหนูได้แท้ ๆ แต่เพราะผู้หญิงใจร้ายอย่างคุณผลักแม่ แม่ถึงถูกคนร้ายจับตัวไป”
คำว่า “ผู้หญิงใจร้าย” ที่เซียวมู่มู่พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้สีหน้าของหลินเหยาเหยาบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ
เธอจำได้ว่าตอนหนีออกจากตู้เสบียง ในช่วงชุลมุนเธอผลักข้าวของล้มระเนระนาดจริง ๆ เหมือนว่า...อาจจะเผลอชนคนที่อยู่ข้างหน้าไปหนึ่งหรือสองคนด้วย
แต่เธอก็ไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นกำลังหนีเอาชีวิตรอด ใครจะไปสนใจอะไรได้อีก
ใครจะมัวหันไปดูว่าสิ่งที่ขวางหน้าเป็นของหรือเป็นคน ทุกคนมีแต่จะหนีออกจากสถานที่บ้า ๆ นี่ให้เร็วที่สุด
ตอนหลินเหยาเหยามาที่ตู้เสบียง เธอตั้งใจไปถามพนักงานรถไฟแล้ว จึงรู้ว่ามีคนบาดเจ็บอยู่แค่สองคน
คนหนึ่งเป็นพนักงานประจำตู้เสบียง อีกคนเป็นผู้โดยสาร
ดูท่าผู้โดยสารที่บาดเจ็บคงเป็นแม่ของเด็กหญิงคนนี้
ชัด ๆ อยู่ว่าเป็นฝีมือของคนร้ายสองคนนั้น แล้วมาเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย?
พูดเสียเหมือนเธอทำเรื่องเลวร้ายจนฟ้าดินให้อภัยไม่ได้อย่างนั้นแหละ
