เซียวมู่มู่มองเสิ่นป้านเซี่ย ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
“พี่สาวคนสวยจัดการคนเลวสองคนนั้นได้ในพริบตา เก่งกว่ามู่มู่ตั้งเยอะ มู่มู่ต้องเรียนรู้จากพี่สาวคนสวยให้มากกว่านี้ จะได้ปกป้องแม่ได้ดียิ่งขึ้น”
ตอนเสิ่นป้านเซี่ยบุกเข้าไปช่วยคน เซียวมู่มู่ไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่เธอรู้เรื่องวีรกรรมของเสิ่นป้านเซี่ยจากตำรวจรถไฟที่พาเธอมายังตู้เสบียงแล้ว
ตอนนี้เซียวมู่มู่ชื่นชมเสิ่นป้านเซี่ยมาก ในใจของเธอ เสิ่นป้านเซี่ยคือคนที่เก่งที่สุดรองจากแม่
พอได้รับคำชมอย่างตรงไปตรงมาจากคนที่ตัวเองชื่นชม เซียวมู่มู่ก็ดีใจจนแทบลิงโลด
ถ้ามีหางอยู่ข้างหลัง ตอนนี้คงชี้ขึ้นฟ้าไปแล้ว
สู่เหยาได้ยินลูกสาวพูดถึงแต่เรื่องปกป้องตัวเอง หัวใจก็อ่อนยวบ
เธอดึงลูกสาวเข้ามากอดไว้ “มู่มู่เป็นเด็กดีที่รู้ใจแม่ที่สุดเลย ในสายตาแม่ หนูเป็นเด็กที่ฉลาดที่สุด น่ารักและว่านอนสอนง่ายที่สุดในโลก”
จู่ ๆ เซียวมู่มู่ก็ได้รับคำชมมากมาย แก้มกลม ๆ จึงแดงระเรื่อ
“แม่ กินข้าวก่อนเถอะ กินเสร็จแล้วกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้เช้ามืดเราก็ถึงสถานีแล้ว ต้องตื่นแต่เช้านะ”
“รู้แล้วจ้ะ แม่รับรองว่าคราวนี้จะไม่พลาดเวลาอีก”
สู่เหยายิ้มพลางปล่อยลูกสาว ก่อนหันไปพูดกับเสิ่นป้านเซี่ย “ก่อนหน้านี้ฉันมีธุระเลยมาขึ้นรถไฟไม่ทัน มู่มู่ก็เลยกังวลเรื่องการเดินทางเที่ยวนี้มาก กลัวว่าฉันจะพลาดเวลาอีก”
พูดจบเธอก็รู้สึกกระดากใจอยู่บ้าง
“ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยพึ่งพาได้ บางครั้งเด็กคนนี้ยังดูเหมือนแม่มากกว่าฉันเสียอีก”
