หลินเหย่าเหย่าสาปแช่งเสิ่นป้านเซี่ยในใจด้วยถ้อยคำชั่วร้ายสารพัด แต่สีหน้ากลับทำเป็นอ่อนแอไร้เดียงสา
เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เอียงใบหน้าไปด้านข้างนิด ๆ ก่อนเผยรอยยิ้มที่พอดิบพอดี
จากมุมของตู้จง เขามองเห็นแก้มขวาของเธอได้พอดี ซึ่งเป็นด้านที่ดูสวยกว่า
หลินเหย่าเหยาเคยศึกษามาอย่างจริงจังแล้วว่ามุมนี้เป็นมุมที่เธอดูดีที่สุด
ขนตาหลุบต่ำ ท่วงท่าอ่อนแอไร้เดียงสา ราวกับกระต่ายน้อยไร้ที่พึ่งที่กำลังรอคอยความเมตตาจากนายพราน
ผู้ชายปกติคนไหนเห็นเธอในสภาพนี้ก็ต้องรู้สึกสงสารและเอ่ยปลอบเธอ
จากนั้นก็เริ่มรังเกียจความกร่างและการคุกคามของเสิ่นป้านเซี่ย
พอคิดว่าตู้จงกำลังจะกลายเป็นของเธอ หัวใจของหลินเหย่าเหยาก็เต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับจะกระโจนออกมาจากอก
แต่เธอรอแล้วรอเล่า ก็ยังไม่ได้รับคำปลอบโยนจากตู้จง กลับได้ยินเสียงกวนประสาทของเจิงหยวนหลินแทน
“ปัญญาชนหลิน เธอนี่ร่างกายพิการแต่ใจสู้จริง ๆ นะ ตอนทำงานฉันเห็นเธอทำอะไรก็ไม่อดทนสักอย่าง แต่พอเป็นเรื่องหาเรื่องป้านเซี่ย กลับกัดไม่ปล่อยเลยนี่?”
เจิงหยวนหลินหัวเราะจนตัวงอ “หรือเธอคิดว่าชีวิตพวกเราน่าเบื่อเกินไป เลยแสดงละครตลกให้ดู?”
“พรวด!” บุรุษไปรษณีย์ที่เพิ่งดื่มน้ำเข้าไปถึงกับพ่นน้ำออกมา
เมื่อครู่เขาก็อยากหัวเราะอยู่แล้ว แต่คิดว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่เหมาะ
เขาหยิบกระติกน้ำออกมาเพราะอยากดื่มสักอึกเพื่อกลบเกลื่อน แต่คราวนี้ทนไม่ไหวจริง ๆ
นี่เรียกว่าละครตลกหรือ?
ควรเรียกว่าละครลิงต่างหาก!
