สวี่จื้อซานเดินเข้ามาหาทุกคน “พวกคุณมามุงอะไรกันอยู่ตรงนี้?”
พอเห็นสภาพของหลินเหย่าเหย่ากับถังสื่อหมิง เขาก็ขมวดคิ้ว
ดูจากสภาพแล้ว ทั้งสองคนคงถูกซ้อมมา
นี่ไปก่อเรื่องอะไรกันอีกล่ะ?
หลินเหย่าเหย่าประคองกันกับถังสื่อหมิงลุกขึ้นยืนแล้ว เธอรีบจัดผมกับเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย
“หัวหน้ากองผลิต จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ บุรุษไปรษณีย์อุตส่าห์เอาพัสดุมาส่งให้พี่เซี่ยถึงในหมู่บ้านตั้งหลายห่อ ฉันแค่รู้สึกแปลกใจเลยถามไปสองสามคำ ไม่รู้ว่าพี่เซี่ยเป็นอะไร จู่ ๆ ก็มาซ้อมฉันกับพี่หมิงจนเป็นแบบนี้”
“หัวหน้ากองผลิต อย่าตำหนิพี่เซี่ยเลยนะคะ บางทีวันนี้เธออาจอารมณ์ไม่ดี ถึงได้ลงมือกับพวกเราโดยไม่มีเหตุผล”
สวี่จื้อซาน: …
เขาบอกว่าจะตำหนิเสิ่นป้านเซี่ยตั้งแต่เมื่อไรกัน?
จากที่สังเกตมาตลอดช่วงนี้ เสิ่นป้านเซี่ยไม่น่าจะทำร้ายใครโดยไม่มีเหตุผล ทุกครั้งที่เธอลงมือย่อมมีเหตุมีผล
หลินเหย่าเหย่าต่างหากที่ไม่เคยพูดความจริงเลยสักคำ
ความจริงของเรื่องนี้คงไม่ใช่อย่างที่เธอพูดแน่
อีกอย่าง เขามาที่นี่ก็เพราะมีธุระอื่น ไม่ได้มาไกล่เกลี่ยคดีให้พวกเธอเสียหน่อย
บุรุษไปรษณีย์: ???
เขายังยืนอยู่ตรงนี้อย่างสบายดีแท้ ๆ สหายหญิงคนนี้ก็เริ่มกลับดำเป็นขาวอีกแล้ว
ดูท่าคงยังโดนสั่งสอนไม่พอ
ทุกคน: …
ทำไมถึงฟ้องแบบตัดหัวตัดหางอย่างนี้ล่ะ คิดว่าพวกเราที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบตายกันหมดแล้วหรือไง?
เจิงหยวนหลินหัวเราะเยาะ “บางคนหน้าหนาเหลือเกิน ก่อเรื่องไปทั่วแล้วยังชิงฟ้องคนอื่นก่อนอีก”
