ลู่หนิงอานจ้องถังสื่อหมิงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในดวงตาเรียวยาวมีแววเย็นชาเจืออยู่จาง ๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น
“ปัญญาชนถัง ฉันจำได้ว่าคราวก่อนป้านเซี่ยเตือนคุณชัดเจนแล้วว่าให้ไปอยู่ห่างจากเธอ”
คำพูดนี้ทำให้เหล่าคนมุงที่เงี่ยหูฟังกันอยู่ถึงกับสะดุ้งใจ
ที่แท้ปัญญาชนเสิ่นเคยเตือนปัญญาชนถังไปนานแล้ว แต่เขากลับไม่ฟัง ยังดึงดันไปก่อกวนอีกฝ่าย
จุ๊ ๆ นี่มันพวกหน้าด้านจริง ๆ
พูดกันดี ๆ ก็ไม่ฟัง ดันบีบให้ปัญญาชนเสิ่นจนตรอก ถึงต้องลงมือเอง
สวี่จื้อซานมองถังสื่อหมิงที่เห็นชัดว่าวันนี้คงไม่ยอมกลับไปหากไม่ได้คำตอบ แล้วหันไปมองผู้คนที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ เงี่ยหูฟังกันอย่างตั้งอกตั้งใจ เส้นเลือดตรงขมับของเขากระตุกไม่หยุด
เขาถอนหายใจในใจอย่างจนปัญญา ปลอบตัวเองว่าทะเลาะกันยังดีกว่าลงไม้ลงมือ
อย่างไรเขาก็อยู่ตรงนี้คอยดูด้วยตัวเอง คงไม่เกิดเรื่องใหญ่หรอก
ถ้าเห็นท่าไม่ดีเมื่อไร เขาจะรีบเข้าไปห้ามทันที
ถังสื่อหมิงจ้องลู่หนิงอาน สายตาเต็มไปด้วยความเป็นปรปักษ์อย่างไม่ปิดบัง “คุณจะไปรู้อะไร?! คุณเพิ่งรู้จักเธอได้นานแค่ไหน? ฉันกับป้านเซี่ยโตมาด้วยกัน มีความผูกพันกันมาสิบกว่าปี คุณไม่รู้หรอกว่าเธอคิดยังไงจริง ๆ เธอแค่กำลังงอนฉันเท่านั้นเอง”
คนพวกนี้ก็ไม่รู้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ทั้งที่รู้จักป้านเซี่ยได้ไม่นาน แต่กลับคิดว่าตัวเองเข้าใจเธอดี
เรื่องราวที่เขากับป้านเซี่ยผ่านมาด้วยกัน ความผูกพันระหว่างพวกเขา คนที่ไม่เกี่ยวข้องพวกนั้นไม่มีวันมาแทนที่ได้
ถังสื่อหมิงรู้สึกคอตีบตัน ราวกับกำลังย้ำกับคนอื่น และขณะเดียวกันก็ย้ำกับตัวเอง
