เสิ่นป้านเซี่ยเพียงขี่จักรยานพาตู้รุ่ยเจ๋อวนรอบหมู่บ้านอยู่ครู่เดียว เรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงบ่ายก็แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านแล้ว
ป้าหลายคนกำลังซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำ พลางพูดคุยกันอย่างออกรส
“วันนี้บุรุษไปรษณีย์มาส่งของที่หมู่บ้าน พวกเธอเดาสิว่าเกิดอะไรขึ้น มีพัสดุห่อใหญ่ตั้งหลายห่อ ทั้งหมดเป็นของปัญญาชนแซ่เสิ่น เธอว่าครอบครัวของปัญญาชนแซ่เสิ่นใจกว้างแค่ไหนกันนะ ส่งของมาให้ทีไรก็เยอะขนาดนี้ ต้องเสียเงินเท่าไรกันเชียว”
“อะไรนะ พัสดุส่งมาถึงหมู่บ้านได้ด้วยเหรอ? ไม่ใช่ว่าต้องไปเอาที่ไปรษณีย์เองหรือ?”
“บุรุษไปรษณีย์บอกเองว่าไปรษณีย์มีบริการส่งของแบบนี้ แค่ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มอีกหน่อย ครอบครัวของปัญญาชนแซ่เสิ่นเป็นห่วงเธอ ไม่อยากให้ต้องเข้าเมืองไปเอาพัสดุไกล ๆ เอง ก็เลยให้ไปรษณีย์ส่งมาถึงหมู่บ้าน”
“ค่าบริการส่งของคงไม่ถูกหรอก ไม่อย่างนั้นในหมู่ปัญญาชนจากเมืองที่มาอยู่ชนบทตั้งมากมาย ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เห็นมีใครให้ทางบ้านส่งพัสดุมาถึงหมู่บ้านเลย? แต่ก่อนบุรุษไปรษณีย์แค่เอาจดหมายมาส่งให้พวกเรา อย่างมากก็มีธนาณัติมาด้วย แล้วจะมีพัสดุอะไรได้ล่ะ?”
ป้าคนหนึ่งแสดงสีหน้าเหยียดหยาม “ถึงครอบครัวของปัญญาชนแซ่เสิ่นจะมีเงินก็เถอะ แต่ตามใจลูกก็ไม่ใช่จะทำกันแบบนี้ ตามใจจนผลาญเงินแบบนี้ ต่อไปบ้านสามีไหนจะกล้ารับไปเป็นสะใภ้?”
อย่างไรเสีย หากเธอจะหาลูกสะใภ้ เธอไม่มีทางเลือกผู้หญิงอย่างปัญญาชนแซ่เสิ่นแน่ ทั้งเอาแต่ใจและวางอำนาจ
ดูแล้วก็ไม่ใช่คนที่จะยอมเชื่อฟังคำสั่งสอนอย่างว่าง่ายด้วย
แล้วถ้าครอบครัวมีฐานะดีล่ะ? สุดท้ายก็ต้องแต่งงานกับคนอื่นอยู่ดี
