เอ้อร์โกวจื่อเพิ่งถูกคนช่วยพยุงขึ้นจากพื้นได้อย่างยากลำบาก ตอนนี้ทั้งใบหน้าและหัวเข่ายังเจ็บอยู่เลย แล้วจะกล้าไปหาเรื่องเสิ่นป้านเซี่ยอีกได้อย่างไร?
“ปัญญาชนแซ่เสิ่น เมื่อกี้พวกเราแค่พูดเล่นกันเท่านั้น คุณก็ถือเสียว่าคำพูดของผมเป็นแค่ลมปากเถอะ”
ล้อเล่นน่า ดูท่าทางดุดันราวกับเทพอสูรของเสิ่นป้านเซี่ยสิ พวกเขาจะกล้าพูดว่าอยากได้ตัวเธอได้ยังไง?
เมื่อครู่พูดไปแค่สองประโยค ขาของเขาก็แทบจะพิการอยู่แล้ว
ถ้าตอนนี้ยังพูดผิดอีก คงได้ไปเฝ้ายมบาลแน่
คนอื่น ๆ ก็รีบยืดตัวตรงทันที เพื่อแสดงจุดยืนของตัวเอง “ปัญญาชนแซ่เสิ่น พวกเราแค่พูดจาเหลวไหล คุณเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ”
“ปัญญาชนแซ่เสิ่น ต่อไปถ้าใครกล้านินทาลับหลัง ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่”
“ใช่ ๆ พวกเราเป็นพยานให้ปัญญาชนแซ่เสิ่นเอง ใครกล้าพูดจาเหลวไหล พวกเราจะจัดการมัน”
“หัวหน้ากองผลิตเคยบอกไว้ตั้งนานแล้วว่า พวกปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบทต่างก็ตอบรับคำเรียกร้องของประเทศ มาช่วยพัฒนาชนบทของพวกเรา ปัญญาชนแซ่เสิ่นก็มาช่วยทุกคนสร้างหมู่บ้านต้าเถียน ใครกล้านินทาลับหลัง ก็ต้องถามหมัดผมก่อน”
“นั่นสิ พวกปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบทล้วนเป็นสหายที่ดี โดยเฉพาะปัญญาชนแซ่เสิ่น เธอยังช่วยพวกเราจับตัวคนเลวในหมู่บ้านได้ด้วย ต่อให้จะพูดถึงเรื่องไม่ดี ก็ห้ามพูดไม่ดีถึงปัญญาชนแซ่เสิ่น”
“พูดกันไว้ก่อน ใครกล้านินทาลับหลัง หรือคิดไม่ซื่อกับปัญญาชนแซ่เสิ่น คนนั้นก็หาเรื่องผมแล้ว”
