“ปัญญาชนแซ่เสิ่น ฉันรู้ว่าคุณคับแค้นใจ แต่ถ้าตอนนั้นนายทหารที่คุณพามาไม่ได้ส่งเด็กคนนั้นไปให้หน่วยงานรักษาความสงบ เขาอาจไม่ถูกตัดสินโทษหนักขนาดนี้ก็ได้”
ตอนที่ซ่งกวนไห่ถูกพาตัวไป ป้าหวูไม่ได้อยู่ด้วย
แต่เธอสืบถามจากคนอื่นจนรู้ว่า ตอนนั้นซ่งกวนไห่ถูกคนจากกองทัพพาตัวไป
วันนั้นมีทหารมาที่หมู่บ้านสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งมาจากทางพ่อแท้ ๆ ของเสิ่นป้านเซี่ย ส่วนอีกกลุ่มมาจากเมืองหลวง
ได้ยินว่าเป็นผู้ใหญ่ระดับสูง ถึงกับมีผู้นำจากสหกรณ์ประชาคมมาด้วย
ในสายตาของป้าหวู สาเหตุที่ซ่งกวนไห่ถูกตัดสินความผิด แถมยังได้รับโทษหนักขนาดนี้ ส่วนใหญ่คงเกี่ยวข้องกับนายทหารที่เสิ่นป้านเซี่ยพามา ตระกูลเสิ่นเองก็คงลงแรงอยู่เบื้องหลังด้วยแน่
ไม่ว่าในใจเธอจะเกลียดเสิ่นป้านเซี่ยแค่ไหน ตอนนี้ก็ทำได้เพียงขอร้องอีกฝ่าย
“ปัญญาชนแซ่เสิ่น ถือว่าฉันขอร้องคุณล่ะ คุณเป็นผู้ใหญ่ อย่าถือสาคนใจแคบอย่างฉันเลย ช่วยปล่อยไห่จื่อของฉันออกมาเถอะ ไม่ต้องห่วง ต่อไปพวกเราจะจดจำบุญคุณของคุณไว้ ไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต”
ป้าหวูร้อนใจแทบแย่ เธอปล่อยให้ลูกชายถูกพาตัวไปดัดนิสัยไม่ได้
ถ้าซ่งกวนไห่ถูกพาตัวไปจริง ๆ ไม่แน่ว่าแม่ลูกคู่นี้อาจไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันอีก
ยิ่งไปกว่านั้น หากการที่ซ่งกวนไห่ถูกตัดสินโทษมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเสิ่นจริง ๆ เขาก็คงถูกทรมานในฟาร์มมากกว่าคนอื่นแน่
ถ้าลูกชายของเธอต้องไปอยู่ในที่แบบนั้น เขาจะทนไหวได้อย่างไร??
แม้ซ่งกวนไห่จะโตมาในหมู่บ้าน ไม่ได้บอบบางเหมือนปัญญาชนที่มาจากในเมือง
แต่ถึงอย่างไร เขาก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่คลอดออกมาจากท้องเธอ
จะมีแม่คนไหนอยากเห็นลูกตัวเองต้องทนทุกข์ทรมานบ้างล่ะ??
