เสิ่นป้านเซี่ยโทรศัพท์ไปที่ตระกูลเสิ่น โดยโจวอวี้เฟินเป็นคนรับสาย
“ป้านเซี่ย แม่กำลังจะโทรหาลูกพอดีเลย”
เสียงของโจวอวี้เฟินดังมาตามสาย ฟังดูคล้ายกำลังอารมณ์ดี
“คุณตากับคุณน้าของลูกส่งพัสดุมาให้แม่ มีเป็ดรมควันกับไส้กรอกรมควันด้วย แม่กำลังคิดว่าจะส่งไปให้ลูกบ้าง”
เสิ่นป้านเซี่ยยกยิ้ม “แม่เก็บไว้กินเองเถอะค่ะ ไม่ต้องลำบากหรอก ทางนี้มีทั้งของกินของใช้ครบครัน ของที่คุณตา คุณน้าใหญ่ คุณน้าเล็ก แล้วก็พี่ชายพี่สาวลูกพี่ลูกน้องส่งมาให้คราวก่อนยังเหลืออยู่เลย”
แววตาของโจวอวี้เฟินมีรอยยิ้ม “ได้จ้ะ งั้นแม่เก็บไว้กินเองนะ จริงสิ คุณตากับพวกเขาได้รับพัสดุที่ลูกส่งไปแล้ว ทุกคนดีใจมาก ช่วงก่อนหน้านี้คุณตาไอมาตลอดก่อนนอน ทุกคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ พอเอาน้ำผึ้งที่ลูกให้มาชงดื่ม อาการไอก็ดีขึ้น แถมร่างกายยังมีเรี่ยวแรงกว่าแต่ก่อนด้วย”
รอยยิ้มบนใบหน้าเสิ่นป้านเซี่ยยิ่งกว้างขึ้น “พวกท่านชอบก็ดีแล้วค่ะ เดี๋ยวหนูส่งไปให้อีก”
เธอหยุดครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “แม่คะ หนูส่งของป่าบางอย่างไปให้ด้วยนะคะ หนูเจอในป่า เป็นของดีทั้งนั้น ในพัสดุยังมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่หนูทำช่วงนี้ด้วย สรรพคุณดีกว่าคราวก่อนค่ะ”
“ลูกนี่นะ ทำไมถึงส่งของกลับบ้านอีกล่ะ มีอะไรก็เก็บไว้กินเองสิ”
หัวใจของโจวอวี้เฟินอ่อนยวบไปหมด สมแล้วที่ลูกสาวเป็นเหมือนเสื้อฝ้ายผืนเล็กที่คอยให้ความอบอุ่น
“ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกับแผ่นพอกหน้าที่ลูกให้ไว้ก่อนหน้านี้ก็ยังเหลืออยู่ แม่ยังทำตามสูตรบำรุงร่างกายที่ลูกให้มาไม่ได้ขาด ช่วงนี้มีแต่คนบอกว่าแม่ดูเหมือนสาวขึ้น”
พื้นฐานผิวพรรณของโจวอวี้เฟินดีอยู่แล้ว พอได้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากเสิ่นป้านเซี่ย ทั้งยังดูแลจากภายในด้วย ตอนนี้ทั้งตัวจึงเปล่งปลั่งสดใส งดงามมีชีวิตชีวา ดูอ่อนกว่าวัยจริงไม่น้อย
เสิ่นป้านเซี่ยไม่ได้แปลกใจ “แม่คะ ขอแค่ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกับแผ่นพอกหน้าอย่างต่อเนื่อง แล้วก็บำรุงร่างกายไม่ให้ขาด แม่จะยิ่งดูสาวและสวยขึ้นเรื่อย ๆ ถึงตอนนั้นเราสองแม่ลูกออกไปข้างนอกด้วยกัน คนอื่นคงนึกว่าเราเป็นพี่น้องกันแน่ค่ะ”
โจวอวี้เฟินถูกลูกเอาใจจนยิ้มหน้าบาน “ลูกคนนี้นี่ แม้แต่แม่ก็ยังเอามาล้อเล่นได้”
