เซียวมู่มู่มองเสิ่นป้านเซี่ยด้วยแววตาชื่นชม ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
พี่สาวคนสวยเก่งจัง แค่พูดไม่กี่คำก็ทำให้ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นเถียงไม่ออกแล้ว
เธอเองก็อยากเรียนรู้จากพี่สาวคนสวย ต่อไปจะไม่ยอมให้ใครมารังแกตัวเองกับแม่อีกเด็ดขาด
แม้แต่พูดจารังแกก็ไม่ได้!
สู่เหยาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเซียวมู่มู่อย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปมองหลินเหยาเหยา
“สหายคนนี้ ฉันเข้าใจได้ว่าตอนเผชิญหน้ากับคนร้าย คุณกลัว แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะให้อภัยสิ่งที่คุณทำในตอนนั้นได้ ตอนนั้นฉันตกอยู่ในมือคนร้ายเพราะคุณผลักฉันจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะปั้นเซี่ยเสี่ยงชีวิตมาช่วยฉัน ลูกสาวของฉันก็คงต้องเสียแม่ไปแล้ว”
เธอหยุดครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ “ส่วนเจ้าหน้าที่บนรถไฟที่ได้รับบาดเจ็บและหมดสติไปเพราะคุณ จนต้องถูกส่งไปรักษา ฉันคิดว่าเขาคงรู้สึกไม่ต่างจากฉัน”
ในบรรดาผู้คนที่อยู่ตรงนั้นมีแม่ ๆ หลายคน พอได้ยินคำพูดนี้ก็พลอยรู้สึกคล้อยตามกันไม่น้อย
“ใช่สิ แค่ขอโทษและยอมรับว่าตัวเองผิด คนอื่นก็ต้องให้อภัยด้วยหรือไง? อีกฝ่ายเกือบเอาชีวิตไม่รอด ไม่เอาเรื่องก็ดีแค่ไหนแล้ว ยังจะบังคับให้คนอื่นให้อภัยอีก หน้าหนาเกินไปแล้ว!”
“ถ้าไม่มีปั้นเซี่ย เด็กน่าสงสารคนนี้ก็คงไม่มีแม่แล้ว”
“นั่นสิ เด็กไม่มีแม่ก็เหมือนต้นหญ้า เด็กคนนี้เพิ่งอายุเท่าไรเอง”
“มิน่าล่ะ เด็กคนนี้ถึงได้โกรธหลินเหยาเหยาขนาดนั้น เกือบทำให้แม่เขาเป็นอะไรไปแล้วยังเดินไปเดินมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใครจะไปมีความสุขได้?”
