สู่เหยารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง “ไม่คิดเลยว่าคุณจะสังเกตเห็นความผิดปกติจากเรื่องนี้ มีคนไม่มากหรอกที่สังเกตได้ละเอียดเหมือนคุณ”
เสิ่นป้านเซี่ยตอบว่า “ฉันแค่เชื่อสัญชาตญาณของตัวเองค่อนข้างมาก ปกติถ้ารู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ก็จะระแวดระวังไว้ก่อน ตอนนั้นฉันรู้สึกแปลก ๆ พวกคุณกำลังจะไปแล้ว ฉันเลยมองซ้ำอีกสองครั้ง”
สำหรับเสิ่นป้านเซี่ย ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเรื่องใดที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบขึ้นมา รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ นั่นก็คือสัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งมาให้
เป็นปฏิกิริยาที่ร่างกายตอบสนองก่อนสมองหนึ่งก้าว
ชาติที่แล้ว ทุกครั้งที่เสิ่นป้านเซี่ยตามพ่อขึ้นเขาลึกไปเก็บสมุนไพร พ่อมักย้ำข้างหูเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า นอกจากต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมและทำเครื่องหมายเส้นทางแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก นั่นก็คือต้องเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง
บางครั้งสัญชาตญาณก็ช่วยชีวิตเราได้
สัญชาตญาณไม่ได้เกิดขึ้นมาโดยไม่มีที่มาที่ไป แต่เป็นการรวบรวมประสบการณ์ ความทรงจำ และการรับรู้ทั้งหมดที่ผ่านมาอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่สมองจะทันตอบสนอง มันก็ตรวจทานข้อมูลทั้งหมดไปแล้ว แม้กระทั่งข้อมูลหลายอย่างที่แต่เดิมถูกมองข้ามไป สุดท้ายจึงได้ข้อสรุปว่า “อันตราย”
คุณเพียงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ไม่รู้ว่าทำไม
ที่จริงแล้วร่างกายเพียงรู้คำตอบก่อนสมองหนึ่งก้าว จึงส่งสัญญาณเตือนออกมา มันจับรายละเอียดที่สมองยังไม่ทันตระหนักได้
เวลาร่างกายส่งสัญญาณเตือน มันไม่ได้ตะโกนโหวกเหวก มีเพียงเสียง “กึก” เบา ๆ เท่านั้น หากคุณสังเกตเห็นแล้วหยุดคิดให้ดี ไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนลงมือ ก็จะหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจพบเจอได้
