สู่เหยามองเสิ่นป้านเซี่ย ในใจยังคงหวาดหวั่นอยู่บ้าง
“ป้านเซี่ย ขอบคุณนะ ที่เธอเล่าเรื่องพวกนี้ให้ฉันฟัง เท่ากับช่วยชีวิตฉันเป็นครั้งที่สองเลย ถ้าไม่ได้เธอ ฉันคงนึกไม่ถึงเรื่องนี้แน่”
ถ้าไม่มีเสิ่นป้านเซี่ย ต่อให้เธอโชคดีได้รับการช่วยเหลือ เธอก็คงเดินทางไปเขตทหารหนิงเฉิงอย่างมึนงง แล้วเข้าไปข้องเกี่ยวกับคนที่อยู่เบื้องหลังต่อไปโดยไม่รู้อะไรเลย เผลอ ๆ คนคนนั้นอาจเข้าถึงมู่มู่ได้ด้วย
แค่คิดถึงเรื่องนี้ แผ่นหลังของเธอก็เย็นวาบ!
เสิ่นป้านเซี่ยกล่าว “พี่สู่เหยา ไม่ต้องขอบคุณกันไปมาจนเกรงใจหรอกค่ะ ขอแค่ช่วยพี่ได้ก็พอแล้ว ยังไงก็จำไว้นะคะ ต่อจากนี้ต้องระวังตัวให้ดีทุกเรื่อง”
ในฐานะตัวร้ายใหญ่ในนิยายที่เกือบทำให้ตระกูลถังล่มสลาย เซียวมู่มู่ย่อมมีความสามารถพอจะสืบหาทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนั้น และรู้ด้วยว่าใครเป็นคนฆ่าสู่เหยา
แต่เธอกลับระบายความโกรธทั้งหมดลงกับหลินเหย่าเหย่าและครอบครัวของถังสื่อหมิง ถึงขั้นในช่วงสุดท้ายของชีวิตยังฝืนเฮือกสุดท้าย หวังจะตายตกไปตามกันกับหลินเหย่าเหย่า
เหตุผลเดียวที่เซียวมู่มู่ทำเช่นนี้ได้ ก็เพราะเธอหาศัตรูคนอื่นนอกจากหลินเหย่าเหย่าไม่เจอแล้ว
เสิ่นป้านเซี่ยมีข้อสันนิษฐานอยู่ลึก ๆ ว่า ในเนื้อเรื่องเดิม หลังจากคนร้ายสองคนนั้นลงจากรถไฟแล้วก็คงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครตามหาเจออีกเลย
แม้แต่เซียวมู่มู่ที่กลายเป็นคนชั่วร้ายก็ยังหาไม่พบ
ถ้าบอกว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ไม่มีใครช่วย เสิ่นป้านเซี่ยไม่มีทางเชื่อ
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ คนที่เปิดเผยข้อมูลของสู่เหยาอาจเป็นคนใกล้ตัวเธอเอง
ยังดีที่ตอนนี้สู่เหยาเริ่มระแวดระวังคนรอบข้างแล้ว อีกไม่นานเธอกับเซียวมู่มู่ก็จะไปถึงเขตทหารหนิงเฉิง ความปลอดภัยของสองแม่ลูกก็นับว่ามีหลักประกัน
ยิ่งไปกว่านั้น คราวนี้มีฝ่ายทหารเข้ามาสืบสวนเรื่องนี้ คนที่อยู่เบื้องหลังก็ยื่นมือมาได้ไม่ไกล ความจริงที่จมอยู่ใต้น้ำน่าจะถูกเปิดเผยขึ้นมาในไม่ช้า
เสิ่นป้านเซี่ยคุยเรื่องอื่นกับสู่เหยาอีกเล็กน้อย จากนั้นทั้งคู่ก็กลับไปนอนที่เตียงนอนของตัวเอง
พวกเธอจะลงรถที่สถานีเดียวกัน ต้องตื่นแต่เช้ามืด จะนอนดึกไม่ได้
