หยวนเทากำลังจะพูด แต่กลับถูกขัดจังหวะด้วยคำพูดที่ฟังดูก็รู้ว่ามาหาเรื่อง
สีหน้าของเขาพลันหม่นลง ทว่าไม่ได้ระเบิดอารมณ์ออกมาตรงนั้น เพียงเหลือบมองสวี่จื้อซานเงียบ ๆ แววตาคมกริบกวาดไปยังฝูงชน
คล้ายกำลังรอให้สวี่จื้อซานอธิบาย และคล้ายกำลังมองหาคนที่เพิ่งพูดเมื่อครู่
เลขาธิการหลี่กับเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ต่างขมวดคิ้ว พากันสงสัยอยู่ในใจว่าใครกันช่างไม่รู้จักกาลเทศะ ถึงได้กล่าวหาเสิ่นป้านเซี่ยในงานประชุมยกย่องเชิดชูเกียรติ?
เสิ่นป้านเซี่ยเป็นใครน่ะหรือ? เธอคือปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบทผู้เป็นแบบอย่าง ซึ่งทางอำเภอเพิ่งแต่งตั้งไปหมาด ๆ!!
ยังเป็นวีรสตรีที่นายทหารจากกองทัพรับรองด้วยตัวเองอีกด้วย
ตอนที่กองทัพกับตำรวจร่วมมือกันจับกุมแก๊งพ่อค้ามนุษย์ เสิ่นป้านเซี่ยสร้างผลงานความดีความชอบไว้อย่างใหญ่หลวง
ตอนนี้งานประชุมยกย่องยังไม่จบด้วยซ้ำ กลับมีคนโผล่มาตะโกนว่าจะกล่าวหาเสิ่นป้านเซี่ยในจังหวะนี้ ไม่เท่ากับตบหน้าผู้นำอำเภอหรือไง?!
ไม่ใช่แค่ผู้นำอำเภอที่ถูกตบหน้า พวกเขาเองก็พลอยขายหน้ากันไปหมด
นี่ไม่เท่ากับจงใจเหน็บแนมพวกเขาว่าตาบอด เลือกคนประพฤติตัวไม่เหมาะสมมาเป็นปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบทผู้เป็นแบบอย่างหรอกหรือ?
ที่น่าโมโหยิ่งกว่าคือ นักข่าวจากหนังสือพิมพ์ก็ยังอยู่ที่นี่
ถ้าเป็นนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ประจำอำเภอก็ว่าไปอย่าง ต่อให้มีใครพูดอะไรไม่ควรออกมา พวกเขาก็ยังพอฝากฝังให้นักข่าวอย่าเขียนเหลวไหลได้
