เจิงหยวนหลินเห็นหลินเหย่าเหยาแล้วก็รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง
ดูท่าครั้งนี้โรคร้ายก็ยังเอาชนะเธอไม่ได้สินะ ยังเที่ยววุ่นวายก่อเรื่องไปทั่วอีก
เห็นแล้วหงุดหงิดจริง ๆ
โรคร้ายต้องพยายามต่อไปแล้วล่ะ~
ส่วนเรื่องที่หลินเหย่าเหยากล่าวหาเสิ่นป้านเซี่ยว่าประกอบวิชาชีพแพทย์อย่างผิดกฎหมายนั้น เจิงหยวนหลินไม่กังวลเลยสักนิด
สวี่จื้อซานเป็นคนทำงานรอบคอบระมัดระวัง ในเมื่อเขาให้เสิ่นป้านเซี่ยเป็นหมอเท้าเปล่าของหมู่บ้านต้าเถียน ขั้นตอนทุกอย่างย่อมถูกต้องตามกฎระเบียบ ไม่มีทางมีช่องโหว่ที่ใครจะจับผิดได้
อีกอย่าง เสิ่นป้านเซี่ยเองก็ไม่ใช่คนที่จะเปิดเผยจุดอ่อนของตัวเอง เมื่อรับงานหมอเท้าเปล่าแล้ว เธอก็ไม่มีทางทำเรื่องอย่างรักษาคนไข้โดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งอาจนำภัยมาสู่ตัวเองได้ง่าย ๆ แน่
ลู่หนิงอานรู้เรื่องมากกว่าเจิงหยวนหลินอยู่บ้าง ตอนรู้ว่าเสิ่นป้านเซี่ยกำลังจะรับช่วงต่อจากหมอหานมาเป็นหมอเท้าเปล่าของหมู่บ้านต้าเถียน เขาก็ถามเรื่องคุณสมบัติในการประกอบวิชาชีพแพทย์เพิ่มอีกคำถามหนึ่ง
เขาจ้องหลินเหย่าเหยาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาเรียวยาวฉายแววอำมหิต
เอ้อร์โกวจื่อที่กำลังแอบหัวเราะเยาะอยู่ในฝูงชนพลันสบตากับลู่หนิงอานเข้าโดยไม่ทันตั้งตัว จนอดสะดุ้งเฮือกไม่ได้
มิน่าล่ะ ปัญญาชนแซ่ลู่ถึงเข้ากับปัญญาชนแซ่เสิ่นได้ดี ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนดีอะไร
ต่อไปถ้าเจอคนกลุ่มนี้ คงต้องอยู่ให้ห่างไว้หน่อย
จะได้ไม่โดนซ้อมโดยไม่มีเหตุผล
กู้หมิงกับกู้จื่ออี้มองเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วอดเป็นห่วงเสิ่นป้านเซี่ยไม่ได้
พวกเขารู้ว่าหมอเสิ่นมีฝีมือแพทย์ยอดเยี่ยม อีกทั้งชาติตระกูลก็ดี
แต่ตั้งแต่เริ่มขบวนการ ก็มีหมอถูกคนใช้ข้อกล่าวหาสารพัดไปร้องเรียนจนเกิดเรื่องมากมายนับไม่ถ้วน
ถ้าเรื่องร้ายแรง ก็อาจพาลทำให้คนในครอบครัวเดือดร้อนไปด้วย
