เมื่อสวี่จื้อซานกับหลินเยว่ไปถึงที่ทำการกองผลิต เสิ่นป้านเซี่ยและคนอื่น ๆ เพิ่งให้สัมภาษณ์เรื่อง “กำจัดหมูป่า ช่วยชีวิตประชาชนและทรัพย์สินส่วนรวม” เสร็จพอดี หลินเยว่รีบฉวยโอกาสถ่ายรูปเดี่ยวให้พวกเขาทีละคน แล้วยังถ่ายรูปหมู่ไว้อีกหนึ่งรูป
สีหน้ากู้หมิงดูเป็นปกติ ทว่าคิ้วตากลับผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด
กู้จื่ออี้ยังหนุ่ม จึงเก็บความตื่นเต้นในใจไว้ไม่อยู่ ขอบตาแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย
เขาลืมไปแล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ถ่ายรูปกับพ่อคือเมื่อไร ตั้งแต่มาถึงหมู่บ้านต้าเถียน สิ่งที่เขาคิดมากที่สุดในแต่ละวันก็คือจะทำอย่างไรให้พ่อลูกทั้งสองมีชีวิตรอด และจะทำอย่างไรให้สุขภาพของพ่อดีขึ้น
เขาเคยคิดว่าการมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างปลอดภัยก็เป็นเรื่องฟุ่มเฟือยมากแล้ว ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งพ่อลูกอย่างพวกเขาจะได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษ แถมยังได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอีกด้วย
สำหรับกู้จื่ออี้ในอดีต เรื่องนี้แทบไม่ต่างอะไรกับความฝันลม ๆ แล้ง ๆ
เขามองเสิ่นป้านเซี่ยซึ่งกำลังให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอยู่ไม่ไกล โดยมีตู้จงอยู่ข้าง ๆ ดวงตาของเขาชื้นขึ้นเล็กน้อย
หัวหน้ากองผลิตบอกว่า การที่ชื่อของพ่อลูกทั้งสองได้อยู่ในรายชื่อบุคคลดีเด่นครั้งนี้ ล้วนเป็นเพราะคุณหมอเสิ่นพยายามผลักดันให้
เมื่อกู้หมิงเห็นแววตาของกู้จื่ออี้พราวด้วยหยาดน้ำตา หัวใจก็พลันปวดแปลบ
เขาตบไหล่ลูกชายเบา ๆ “ทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อย ๆ”
กู้จื่ออี้พยักหน้าอย่างว่าง่าย ส่งเสียงรับเบา ๆ ว่า “อืม”
หลินเยว่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองภาพตรงหน้าเงียบ ๆ จู่ ๆ ก็เกิดแรงบันดาลใจ ยกกล้องขึ้นถ่ายช่วงเวลาที่พ่อลูกคู่นี้มีปฏิสัมพันธ์กันไว้
ตู้จงเล่าให้นักข่าวหลี่จากหนังสือพิมพ์ประจำมณฑลฟังว่า ตอนนั้นเสิ่นป้านเซี่ยร่วมมือกับพวกเขาแกล้งทำเป็นถูกลักพาตัว แล้วแฝงตัวเข้าไปในหมู่บ้านซั่งเหอ ก่อนจะกวาดล้างแก๊งพ่อค้ามนุษย์ได้ในคราวเดียว และช่วยเหลือเหยื่อออกมาได้มากกว่า 30 คน
