สีหน้าของเหวินชิงแปรเปลี่ยนเล็กน้อย นางไม่มีทางคิดว่าหยงหนิงจะมีน้ำใจถึงขั้นยอมร่วมทุกข์ร่วมสุขกับนาง
หยงหนิงต้องการชีวิตนาง!
เหวินชิงแค่นหัวเราะ “เมื่อใดนางกำนัลชั้นต่ำถึงได้รู้จักธรรมเนียมขึ้นมา? มาสำแดงความฉลาดต่อหน้าเปิ่นกงด้วยเหตุใด? ไสหัวไปให้ไกล!”
หยงหนิงไม่ขุ่นเคือง กลับยิ้มบาง ๆ ให้เหวินชิง “ในเมื่อหม่อมฉันทำให้พี่หญิงไม่พอใจ หม่อมฉันขอตัวก่อน”
นางหันหลังเดินไปได้ไม่กี่ก้าว พลันหยุดเท้าแล้ววกกลับมามองเหวินชิงพร้อมรอยยิ้ม “วันนี้ไทเฮาเสด็จกลับมา เหล่าพี่น้องในวังย่อมคิดหาหนทางเอาพระทัยไทเฮากันเป็นแน่”
“พี่หญิงร่ายรำได้งดงามถึงเพียงนั้น คงเป็นอีกคราที่ท่วงท่าร่ายรำสะกดใจผู้คน หม่อมฉันขอเตือนพี่หญิงสักคำ ระบำเอวเขียวของพี่หญิงงดงามเย้ายวน ชวนให้ใจหวั่นไหวก็จริง ทว่าร่ายระบำนี้ต่อหน้าไทเฮา คงไม่เหมาะนัก”
สีหน้าของเหวินชิงแปรเปลี่ยนเล็กน้อย แต่คำพูดของนางกำนัลชั้นต่ำผู้นี้ก็มีเหตุผล นางไม่มีทางโง่เขลาถึงขั้นร่ายระบำเอวเขียวต่อหน้าไทเฮา
ทว่ายามนี้นางใช้วิชาลับ ทำให้เอวบางอ่อนช้อย หากไม่ฉวยโอกาสนี้แสดงความสามารถต่อหน้าฮ่องเต้ เพื่อทวงคืนพระเมตตา แล้วจะยังมีโอกาสเข้าใกล้ฮ่องเต้เช่นนี้อีกหรือ?
ทั้งหมดเป็นเพราะนางกำนัลชั้นต่ำหยงหนิง ทำให้ฮ่องเต้เริ่มเบื่อหน่ายตำหนักจิ่งเหอ
เหวินชิงแค่นหัวเราะ “เรื่องในครานี้เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง จัดการเรื่องของตัวเองให้ดีก็พอ”
“ไม่จำเป็นต้องทำตัวเอาใจผู้อื่นเหมือนคราก่อนในงานเลี้ยงในวังหรอก ผู้อื่นยังไม่แน่ว่าจะเห็นเจ้าอยู่ในสายตา คนไร้ชาติตระกูล ไร้เบื้องหลังอย่างเจ้า อาศัยเพียงเขียนอักษรไม่กี่ตัว ทั้งยังมีรูปโฉมคล้ายคนเก่าของฮ่องเต้ ก็คิดว่าจะช่วงชิงพระเมตตาได้ ช่างน่าขันนัก”