รอยยิ้มบนใบหน้าเซียวเจ๋อชะงักไปเล็กน้อย สายตาที่มองเซียวกุ้ยเฟยเจือแววตำหนิอยู่หลายส่วน
เขารู้ว่าหยงหนิงไต่เต้าจากนางกำนัล ไหนเลยจะเหมือนเจ้านายหญิงในวังหลังคนอื่น ๆ ที่ได้รับการอบรมเรื่องพิณ หมากล้อม อักษร และภาพวาดมาตั้งแต่เล็ก
โดยเฉพาะเหล่าสตรีที่ผ่านการคัดเลือกเข้าวัง คนใดบ้างมิใช่ผู้มีพรสวรรค์เปี่ยมล้น?
เซียวกุ้ยเฟยบรรเลงผีผาได้ไพเราะ เหมยเฟยเชี่ยวชาญบทกวี ส่วนกุ้ยเหรินอวี้เป่าขลุ่ยเซียวได้ยอดเยี่ยมเป็นเอก
ครานี้ นอกจากเหล่าสนมในวังหลังแล้ว ยังมีตระกูลขุนนางใหญ่จากราชสำนักฝ่ายหน้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวังด้วย
เห็นได้ชัดว่าเซียวกุ้ยเฟยตั้งใจทำให้หยงหนิงตกที่นั่งลำบาก แต่หากเซียวเจ๋อช่วยนางปฏิเสธในยามนี้ ก็ไม่รู้ว่าผู้อื่นจะมองเช่นไร
หรือเขาจะต้องทำให้เหล่าขุนนางเข้าใจว่า ตนเป็นเพียงทรราชที่หลงใหลในความงามจริง ๆ หรือ?
หยงหนิงมองไปทางฮองเฮาแซ่หวัง มุมปากของฮองเฮายกขึ้นเป็นรอยยิ้มงดงามเหมาะสม ไม่ใส่ใจความลำบากของหยงหนิงแม้แต่น้อย ดูท่าว่าวันนี้นางคงจำต้องแสดงฝีมือแล้ว
หยงหนิงลุกขึ้นเดินไปเบื้องหน้าเซียวเจ๋อ ยอบกายคำนับอย่างอ่อนช้อย รอยยิ้มงดงามจับตา
“ในเมื่อพี่หญิงกุ้ยเฟยเสนอมา หม่อมฉันจะขัดได้อย่างไร หม่อมฉันขอฉากผ้าขาวสองผืน และขอให้นักดนตรีบรรเลงเพลงชิงผิงเล่อเพคะ”
เซียวเจ๋อชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นสนมคนโปรดตรงหน้าสงบนิ่ง ไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แววประหลาดใจจึงวาบผ่านนัยน์ตา
จากนั้นเขาก็ยิ้มกล่าวว่า “คำขอเหล่านี้ของสนมรัก เราจะอนุญาต”
สีหน้าเซียวกุ้ยเฟยหม่นลงเล็กน้อย เพียงไม่กี่วันนางก็ทำให้ชายผู้นี้หลงใหลจนยอมตามคำขอทุกอย่าง ช่างน่าเคียดแค้นนัก
ตระกูลของนางช่วยตระกูลเซียวแบกรับภาระไว้มากมาย ก่อนหน้านี้ถูกฮองเฮาแซ่หวังที่เจ็บป่วยออดแอดกดข่มก็แล้วไปเถิด ยามนี้กลับถูกนางกำนัลชั้นต่ำช่วงชิงความได้เปรียบไปทุกด้าน นางจะกล้ำกลืนโทสะนี้ได้อย่างไร?
ดี! นางบ่าวชั้นต่ำ รอดูเถิดว่าประเดี๋ยวจะตายอย่างไร!