“หุบปาก!” ในที่สุดเหวินชิงก็เปลี่ยนสีหน้า จ้องหยงหนิงเขม็ง สีหน้าบิดเบี้ยวขึ้นมา
เด็กคนนั้นเมื่อสองปีก่อนไม่อาจเอ่ยถึง นางเองก็ไม่กล้าเอ่ยถึง
หยงหนิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็วาบผ่านเข้ามาในหัว เป็นข้อสันนิษฐานที่ก่อนหน้านี้นางไม่เคยนึกถึงมาก่อน
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าในยามนี้กลับยิ่งทำให้นางเชื่อมั่นว่า เด็กของเหวินชิงเมื่อสองปีก่อนต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน!
นางไม่คิดว่าเหวินชิงไม่ยอมเอ่ยถึงเด็กคนนั้นเพียงเพราะต้องการเป็นพันธมิตรกับเซียวกุ้ยเฟยเพื่อร่วมมือกันจัดการนาง
ดูเหมือนเหวินชิงเองก็ไม่อยากเอ่ยถึงเด็กที่ตายในครรภ์คนนั้นยิ่งกว่าใคร
เด็กตายในครรภ์!
หยงหนิงพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ สายตาครุ่นคิดกวาดผ่านใบหน้าของเหวินชิง
เหวินชิงรู้สึกว่าสายตาของหยงหนิงคล้ายหมาป่า!
นางเรียกสติกลับคืนมาได้บ้าง ก่อนมองหยงหนิงอย่างเย็นชาแล้วกล่าวว่า “ศัตรูตัวฉกาจของข้าในยามนี้คือสาวใช้ชั้นต่ำที่ทรยศข้าอย่างเจ้า ข้าไม่มีวันปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่!”
หยงหนิงหัวเราะเบา ๆ “เหวินชิง บังเอิญนัก ข้าก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า!”
หยงหนิงค่อย ๆ ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง คำนับแล้วหันกายเดินออกไป
เสียงข้าวของถูกทุบทำลายดังมาจากด้านใน มุมปากหยงหนิงยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน นางเอ่ยเสียงเบาว่า “ต่อให้ได้รับบทเรียนกี่ครั้ง นิสัยเช่นนี้ก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนเสียที โกรธจนทนไม่ไหวแล้วหรือ?”
นางเงยหน้ามองท้องฟ้าเหนือเพดานประดับลาย ฤดูหนาวหม่นครึ้มชวนให้หดหู่ หากจำต้องตัดสินแพ้ชนะ ก็จงสะสางกันในฤดูหนาวอันเย็นเยียบนี้เถิด!