ฉือเฉาเซิงมีข้อกังขาในใจ หันไปจะปรึกษากับฉือเฟิงเซียว
ผลคือเห็นสีหน้าแบบ “เฉี่ยนเป่าของฉันน่ารักที่สุดเลย เฉี่ยนเป่าของฉันสุดยอดไปเลย” ของเขาที่มองฉือเฉี่ยน
ไม่รู้ก็คิดว่าฉือเฉี่ยนเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของเขา
ฉือเฉาเซิงไม่อยากสนใจเจ้าโง่นี่อีกแล้ว
“คิดดีแล้วจริง ๆ เหรอ” ฉือลี่เซินถามฉือเฉี่ยน “หมากลงแล้วต้องไม่เสียใจ”
ฉือเฉี่ยนพยักหน้า
“งั้นก็ตามใจเธอ” ฉือลี่เซินว่า
ฉือเฉี่ยนดึงแขนเสื้อฉือลี่เซิน กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเขาอีกสองสามประโยค
ฉือลี่เซินค่อย ๆ หันไปมองฉือเฉาเซิง ในแววตาแฝงไว้ด้วยความรังเกียจจาง ๆ
ฉือเฉาเซิง: ?
“ได้ ฉันรู้แล้ว” ฉือลี่เซินตอบตกลง
“ขอบคุณค่ะคุณปู่”
ฉือเฉี่ยนถามฉือเฉาเซิงเสียงเบาอีกว่า “คุณน้าคนรอง ไม่ผิดหวังใช่ไหมคะ”
ฉือเฉาเซิงมองอย่างอ่อนโยน “ของสิ่งนี้เป็นของเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จะจัดการยังไงก็ตามใจเถอะ ยิ่งไปกว่านั้นคุณน้าว่าเธอทำดีมากแล้ว”
สมกับเป็นคนตระกูลฉือ
ฉือเฟิงเซียว: “เฉี่ยนเป่า อย่าคิดมากเลย เมื่อเทียบกับของพวกนี้แล้ว เธอสู้คิดถึงทรัพย์สมบัติของตาเฒ่านั่นดีกว่า เงินเขาเยอะจนใช้ยังไงชาติหน้าก็ใช้ไม่หมด”
ฉือลี่เซินหัวเราะเย็น: “พูดแบบนี้หมายความว่าแกคิดถึงทรัพย์สมบัติของฉันมาตลอดงั้นสิ”
“คิดถึงแล้วมันได้อะไรล่ะ ปู่ก็ไม่แบ่งให้ผมอยู่ดี”
“รู้ตัวก็ดีแล้ว ตระกูลฉือไม่เลี้ยงคนที่เอาแต่กินฟรี ๆ”
ฉือเฉี่ยนที่นับถึงตอนนี้ก็กินฟรีมาตลอด: ?
รู้สึกโดนเสียดสีชอบกล
แต่ความรู้สึกที่มีคนคอยสนับสนุนไม่ว่าเราจะทำอะไรนี่ มันช่าง...ทำให้อยากทำตัวป่วนสุด ๆ เลย
