เมื่อเห็นคนตระกูลหวังจากไป แววเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของเสิ่นอี้
เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่มีทางจบลงเพียงเท่านี้ ต่อไปตระกูลหวังต้องแก้แค้นอย่างบ้าคลั่งแน่นอน!
เช่นนั้นก็มาดูกันว่าใครจะมีฝีมือเหนือกว่ากัน!!
“ขอบคุณท่าน ข้าซาบซึ้งใจจริง ๆ...”
หลิวซานเหนียงสบตาเสิ่นอี้ มือทั้งสองยังคงกำกระดาษฝ้ายสองแผ่นนั้นไว้แน่น จนข้อนิ้วขาวซีด
เสิ่นอี้ยกมือโบกเป็นเชิงห้าม ตัดบทนางเสีย “ขอบคุณอีกสักสองคำ โจ๊กก็เย็นชืดหมดแล้ว รีบกินโจ๊กเนื้อให้หมดเถิด!”
หลิวซานเหนียงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะพรืดออกมา
รอยยิ้มบนใบหน้ามาพร้อมหยาดน้ำตา ทั้งความโล่งใจและความขมขื่น แววตาที่มองเสิ่นอี้ยังเจือความอบอุ่นอันยากจะเอื้อนเอ่ย
ซูโย่วเวยยืนอยู่ข้าง ๆ จูงมือหลิวซานเหนียง พลางลูบหลังมือนางเบา ๆ แล้วกล่าวเสียงอ่อนโยนว่า
“พี่หลิว ของก็ได้คืนมาหมดแล้ว ตอนนี้พี่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ยังมีข้ากับท่านสามี ต่อไปชีวิตจะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ”
เมื่อหลิวซานเหนียงได้ยินคำว่า “พี่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว” น้ำตาก็แทบจะร่วงลงมาอีกครั้ง นางขานรับเสียงขึ้นจมูก “อืม!”
ทั้งสามคนกลับมานั่งที่โต๊ะ แล้วกินกันอย่างเอร็ดอร่อยต่อ
……
…………
หลังอาหาร
เสิ่นอี้เดินมายังลานบ้าน แล้วเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาเครื่องมือ วันนี้เขาไม่คิดจะออกไปจับปลา
เงินทองมีพอแล้ว ทั้งยังมีปลากระเบนหลายสิบชั่ง รวมกับเนื้อหมูและเนื้อวัวที่นำกลับมา ก็มากพอให้กินไปได้ระยะหนึ่ง
หลายวันที่ผ่านมาร่างกายตึงเครียดมาหลายวัน ทั้งยังได้รับบาดเจ็บ พอดีได้พักผ่อนเสียบ้าง และซ่อมแซมบ้านไปด้วย
