ท่านหรูหยางโป๋คลายมือจากคอเสื้อของนางเถา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกขณะมองกู้หรง
จะฆ่าภรรยาใหม่ต่อหน้าท่านโหวน้อยเซี่ยกับหมอหลวงสวี่หรือ?
เขาแค่โกรธจนคลุ้มคลั่ง ไม่ได้เสียสติจริง ๆ เสียหน่อย!
กู้หรงช่างพยายามผลักเขาไปสู่ทางตายอย่างไม่ลดละจริง ๆ
สายลมพัดม่านลูกปัดหน้าประตูให้ไหว เกิดเสียงกรุ๊งกริ๊งราวกับเสียงครางกังวานยามกระบี่ชักออกจากฝัก
คมดาบเย็นเยียบสะท้อนเข้าตา ความโกรธเกรี้ยวในใจท่านหรูหยางโป๋พลันถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือก เย็นจนเสียดแทงกระดูก
หาใช่เพียงรู้สึกหนาวเย็นไม่
แต่เป็นความหวาดกลัว
แม้ท่านหรูหยางโป๋ไม่อยากยอมรับเพียงใด ก็จำต้องยอมรับว่าเขากำลังหวาดกลัวบุตรสาวคนนี้
หากรู้เช่นนี้แต่แรก...
จิตสังหารที่เพิ่งก่อตัว ยังไม่ทันแผ่ขยาย ก็ถูกความหวาดกลัวกลบมิดเสียก่อน
เห็นท่านหรูหยางโป๋นิ่งนานไม่ยอมรับกระบี่ กู้หรงก็ยิ้มเยาะตนเอง กระบี่ยาวหลุดจากมือร่วงลง กระแทกพื้นจนเกิดเสียงกังวาน พื้นมันวาวราวกระจก
“เกือบลืมไปแล้ว ด้วยความรักใคร่ที่ท่านพ่อมีต่อนางเถาะ จะทำใจได้อย่างไรเล่า อย่าว่าแต่ยาทำลายวงศ์ตระกูลเลย ต่อให้นางเถายกยาพิษสารหนูหรือสุราพิษมาให้ท่านพ่อดื่ม ท่านพ่อก็คงยินดีรับไว้ ดื่มราวกับน้ำผึ้ง”
“ชีวิตของมารดาข้า ช่างเป็นเรื่องน่าขันที่เหลวไหลสิ้นดี”
“บุตรสาวขอให้ท่านพ่อกับนางเถาะครองรักกันจนแก่เฒ่า อยู่เคียงคู่กันชั่วฟ้าดินสลาย”
อกของท่านหรูหยางโป๋กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เส้นเลือดบนหน้าผากและขมับเต้นตุบ ๆ
ในที่สุดหมอหลวงสวี่ก็มีโอกาสเอ่ยปาก “ชีพจรของท่านหรูหยางโป๋มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคลมปัจจุบัน ควรคลายความกังวลและระงับโทสะ มิฉะนั้นหยินหยางจะเสียสมดุล อวัยวะภายในติดขัด เลือดลมแปรปรวนได้ง่าย”
“เมื่อโรคลมปัจจุบันกำเริบ จะรวดเร็วราวพายุโหมกระหน่ำ ประหนึ่งถูกลูกธนูหรือก้อนหินพุ่งเข้าใส่”
