บนทางเดินเล็กในสวนซึ่งดอกไม้กำลังผลิบาน กู้ฝูซีในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนแต้มขาวก็ค่อย ๆ เยื้องย่างเข้ามา
นางมีใบหน้ารูปไข่ได้สัดส่วนละมุนละไม ดวงตาทรงเมล็ดซิ่งฉายแววหวานละมุนและไร้เดียงสา
ยามดวงตาและคิ้วโค้งงาม นางดูบริสุทธิ์ผุดผ่องดุจจันทร์ฤดูสารท คล้ายแมวล้ำค่าที่กำลังครางหงิง ๆ ชวนให้ผู้คนอดเอ็นดูไม่ได้
กู้หรงทำหูทวนลมตาบอดไม่เห็น ครั้นเดินสวนกันก็เอ่ยเนิบ ๆ ว่า “กู้ฝูซี หากมีเรื่องอันใดก็อย่ามาหาเรื่องข้า มิฉะนั้น ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะทำเรื่องเลวร้ายเพียงใดออกมา”
นางไม่มีหน้าที่ต้องเล่นละครโต้ตอบกับกู้ฝูซี!
“หากเจ้าอยากแสดงจนทนไม่ไหวจริง ๆ ข้าจะเชิญนักแสดงชื่อดังจากคณะงิ้วในเมืองหลวงมาจัดเวทีให้เจ้า เจ้าอยากแต่งหน้าแต่งตัวขึ้นแสดงเมื่อใดก็เชิญตามสบาย”
“กู้หรง!” รูม่านตาของกู้ฝูซีหดเล็กลง นางหันกลับไปมอง
ก็เห็นกู้หรงเดินจากไปอย่างอ่อนช้อย ทิ้งไว้เพียงเงาหลังอันงามโดดเด่นแผ่รัศมีอยู่ท่ามกลางราตรี
“คุณหนูรอง คุณหนูใหญ่ช่างไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเลยเจ้าค่ะ”
“เป็นบุตรีของท่านหรูหยางโป๋เหมือนกันแท้ ๆ นางมีสิทธิ์อะไรมาดูถูกผู้อื่นราวกับมองสุนัข”
เหลียนจือ สาวใช้ที่อยู่เบื้องหลังกู้ฝูซี เดือดดาลแทนนางจนอดบ่นไม่ได้
“เช่นนั้นหรือ?”
กู้ฝูซีเม้มริมฝีปากเล็กน้อย หลุบตาลงจนมองไม่เห็นสีหน้า รอบกายมีเพียงอารมณ์หม่นหมองแผ่คลุมประหนึ่งหมอกหนาทึบในฤดูสารท
น้ำเสียงของนางเบาหวิวล่องลอย คล้ายเพียงลมพัดก็จะสลายไป
เป็นบุตรีของท่านหรูหยางโป๋เหมือนกันหรือ?
ไม่ ไม่เหมือนกัน
กู้หรงเกิดมาก็เป็นบุตรีผู้เป็นที่โปรดปรานของสวรรค์ สวมอาภรณ์แพรพรรณชั้นดี มีบ่าวไพร่รายล้อมเป็นฝูง
มีเกียรติยศแห่งจวนหรูหยางโป๋ มีความมั่งคั่งแห่งตระกูลหรงในเจียงหนาน
แล้วนางเล่า?
ก่อนอายุสิบขวบ นางเป็นบุตรีของเมียน้อยนอกบ้านที่ถูกเลี้ยงไว้นอกจวน มิอาจเปิดเผยตัวให้ผู้ใดเห็น
