การให้หญิงพิษร้ายแสดงเป็นดอกไม้ขาวอ่อนแอน่าสงสารนั้นช่างยากเย็นยิ่งนัก
กู้หรงลูบเส้นผมที่ทิ้งตัวลงมา แววตาวูบไหว ในใจเกิดความรู้สึกมากมาย
ชิงถังส่งผ้าซับหน้าที่แช่น้ำเย็นมาให้ เอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “คุณหนู ประคบตาสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”
เมื่อคืนเป็นเวรเฝ้ายามของนาง ได้เห็นคุณหนูกอดหนังสือนิยายร่ำไห้จนใจสลาย ทั้งยังร้องไห้เสียจนน้ำตาแทบหมด
เล่มแล้วเล่มเล่า
ครั้นขอบฟ้าเริ่มขาวราวท้องปลา ดวงตาของคุณหนูก็...ใต้ตาทั้งสองข้างคล้ำเขียวดูอิดโรย ใบหน้าซีดขาวราวกับทาแป้ง
ชิงถังรู้สึกสงสารอยู่บ้าง
กู้หรงรับผ้ามา เอนพิงผนังรถม้า แล้ววางผ้าปิดดวงตาทั้งสอง ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วว่า “ชิงถัง ปรารถนาสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น”
ปรารถนาสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น นางพึงพอใจยิ่งนัก
รถม้าเคลื่อนไปดังครืดคราด ความง่วงค่อย ๆ แผ่คลุม กู้หรงยกมือปิดริมฝีปากสีชาด หาวครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงหลับตาลงช้า ๆ และเข้าสู่ห้วงนิทรา
ครานี้พอหลับ ก็หลับไปตลอดทาง
จนรถม้าหยุดลงหน้าจวนหยางโหว ชิงถังจึงปลุกกู้หรงให้ตื่น
“ท่านโหวเจ้าคะ คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
ท่านหรูหยางโป๋ได้ข่าวก็รีบมารออยู่หน้าวังหวั่งชู เดินวนไปวนมา สีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจ
“เจ้าไปทำให้องค์หญิงใหญ่ไม่พอพระทัยหรือ”
ทันทีที่เห็นกู้หรง ท่านหรูหยางโป๋ก็เอ่ยถามอย่างไม่ไว้หน้า
“องค์หญิงใหญ่เป็นพระญาติของฮ่องเต้ จะมีไมตรีเก่ากับบุตรีพ่อค้าเมืองหยางโจวได้อย่างไร”
กู้หรงเลิกคิ้วมองท่านหรูหยางโป๋ ก่อนปรายตามองเขาอย่างเย็นชา เอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงแววเสียดสีว่า “ท่านพ่อหวังให้ข้าล่วงเกินองค์หญิงใหญ่ ให้องค์หญิงใหญ่มีรับสั่งประหารข้า จะได้สมดังใจท่านหรือเจ้าคะ”
