กู้ชิงสวี่สวมหน้ากาก หมวกแก๊ป และแว่นกันแดด ปิดบังตัวเองมิดชิด
คนในลิฟต์มีมาก เสิ่นมั่วเหยียนจึงขยับไปยืนด้านหลังเธอเล็กน้อยในท่าทางเหมือนกำลังปกป้อง เพื่อกันคนที่อยู่ด้านหลังออกไป
“ช่างเป็นผู้ชายเลวที่แสนดีเสียจริง” หลู่เหยากลอกตา แล้วหันไปมองเฉียวเจา “จะรอลิฟต์เที่ยวต่อไปไหม?”
มือของเฉียวเจาค่อย ๆ กำแน่นขึ้น แต่สีหน้ายังคงสงบนิ่ง “ทำไมต้องรอ? คนที่นอกใจหรือเป็นมือที่สามไม่ใช่ฉันสักหน่อย”
“ก็จริงนะ” หลู่เหยาเลิกคิ้ว ดึงเฉียวเจาเดินเข้าไปอย่างองอาจ แล้วยังใช้เท้าสะกิดกู้ชิงสวี่ที่ยืนขวางอยู่ตรงกลาง “หลบหน่อย ไม่มีมารยาทเลยหรือไง”
เดิมทีเสิ่นมั่วเหยียนคิดจะทักเฉียวเจา แต่พอได้ยินคำพูดของเธอ คำที่กำลังจะเอ่ยก็ชะงักค้างอยู่ในลำคอ
เมื่อครู่ทั้งสองคนพูดเสียงไม่ดังนัก แต่ก็ดังพอให้ทุกคนในลิฟต์ได้ยินชัดเจน
สายตาอยากรู้อยากเห็นของทุกคนกวาดไปมาระหว่างเสิ่นมั่วเหยียนกับกู้ชิงสวี่ และชายหญิงอีกคู่ที่ยืนอยู่ด้วยกัน จนไม่รู้ว่ากำลังพูดถึงคู่ไหนกันแน่
ในบรรดาคนแปลกหน้าคู่นั้น ฝ่ายหญิงเป็นคนเอาเรื่อง เธอเปิดฉากใส่คนทั้งลิฟต์ว่า “มองอะไรกัน ไม่เคยเห็นสามีภรรยาออกมาเที่ยวด้วยกันหรือไง?”
คราวนี้ทุกสายตาก็มีเป้าหมายชัดเจน พากันจับจ้องไปที่ท้ายทอยของเสิ่นมั่วเหยียนกับกู้ชิงสวี่
แต่กู้ชิงสวี่กลัวถูกจำได้ จึงไม่กล้าส่งเสียง ทำได้เพียงกล้ำกลืนความอัดอั้นไว้
“ดูการแต่งตัวของผู้หญิงคนนั้นสิ แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเป็นเรื่องที่เปิดเผยไม่ได้”
“นั่นสิ กลางดึกยังใส่แว่นกันแดด คงรู้สึกผิดจนไม่กล้าให้ใครเห็นหน้าละมั้ง”
สีหน้าของเสิ่นมั่วเหยียนเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง
พอมาถึงชั้นแปด เฉียวเจากับหลู่เหยาก็ไม่สนใจเสียงซุบซิบในลิฟต์ เดินออกไป
“เฉียวเจา” เสิ่นมั่วเหยียนเร่งฝีเท้าเข้าไปขวางเธอ
