ซูหลานมองพินิจอย่างละเอียด ก่อนจะพบว่านั่นเป็นผู้ชายที่กำลังคุกเข่าคลานอยู่บนพื้นจริง ๆ ความรู้สึกเกลียดชังที่เธอมีต่อหลินอี้จึงเพิ่มขึ้นอีกมาก
เธอเกลียดคนที่มีความสุขกับการทรมานคนหรือสัตว์ที่สุด
“คนคนนั้นไปทำอะไรให้พี่หลินไม่พอใจหรือ?”
จ้าวหงชอบเรื่องซุบซิบมาก ถึงอย่างไรตอนนี้ก็ไม่มีทั้งโทรศัพท์และโทรทัศน์ พอฟ้ามืดก็ไม่มีกิจกรรมบันเทิงอะไร นอกจากเฝ้าระวังซอมบี้ก็ได้แต่นอนรอวันรุ่งขึ้น การคุยเล่นกับคนอื่นจึงเป็นความเพลิดเพลินไม่กี่อย่างที่เขายังมี
ยิ่งไปกว่านั้น ‘ฉินเสี่ยวซวง’ ทั้งหน้าตาสวยทั้งเสียงไพเราะ เขายินดีคุยกับเธอให้นานขึ้นอีกหน่อย
เรื่องอื่นนอกจากคุยกัน เขาไม่กล้าคิด อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นผู้มีพลังพิเศษสายต่อสู้ ไม่เพียงพ่นไฟได้ แต่ยังดูแลคนเป็นร้อยอยู่ใต้บังคับบัญชา มีเพียงพี่หลินเท่านั้นที่คู่ควรกับวาสนาเช่นนี้
“คนนั้นเป็นลูกชายเจ้าของบริษัทที่พี่หลินเคยทำงานให้ รถคัลลิแนนก็เป็นของเขา พี่หลินบอกว่าพวกคนรวยแบบนี้ชอบเชิดหน้ามองฟ้า ตอนนั้นพี่หลินแค่เข้าไปใช้ลิฟต์เฉพาะผู้บริหาร ก็ถูกเขาไล่ออกเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นั้น ทำให้พี่หลินตกงานตั้งครึ่งปี หาเช่าบ้านจ่ายค่าเช่าไม่ไหว เจ้าของบ้านเลยไล่เขาออก แฟนเก่าก็เลิกกับเขาอีก”
ซูหลานว่า “อ้อ เพราะอย่างนี้เขาถึงกลายเป็นคนที่พี่หลินเกลียดที่สุดสินะ”
“ใช่ แล้วพลังพิเศษของหมอนั่นคือฟื้นฟูตัวเอง ฟื้นฟูตัวเองนะ! จะซ้อมยังไงก็ไม่ตาย พี่หลินบอกว่าคนที่มีพลังแบบนี้เกิดมาก็เป็นพวกชอบโดนทรมาน เป็นไอ้สารเลวโดยกำเนิด เวลาพวกเราซ้อมจนมันเจ็บทนไม่ไหว สั่งให้ทำอะไรมันก็ทำหมด ไม่มีศักดิ์ศรีแล้ว คลานไปมาบนพื้นเหมือนหมาทุกวัน ให้เห่าก็เห่า ให้เลียรองเท้าก็เลีย คนรวยที่เมื่อก่อนวางท่าอวดดี กลายเป็นแบบนี้ไม่สนุกหรือไง เดี๋ยวผมให้มันเห่าสองทีให้คุณดู”
