ได้ยินดังนั้น คนที่อยู่ข้างซูหลานก็เดือดดาลขึ้นมาทันที “ที่พักของพวกเรา ทำไมต้องยกให้พวกคุณด้วย!”
“แค่สร้างกำแพงปิดทางเข้าก็ต้องใช้เวลาตั้งนาน พูดประโยคเดียวก็คิดจะยึดผลงานของคนอื่นไปดื้อ ๆ พวกคุณยังมีเหตุผลกันอยู่ไหม!”
คนจากเขตสิบยิงปืนขึ้นฟ้า ก่อนปล่อยพลังพิเศษสารพัดรูปแบบออกมาข่มเสียงประท้วงให้เงียบลง
“ก็เพราะพวกเราแข็งแกร่งกว่าพวกคุณไง เลิกพูดไร้สาระ รีบเข้าไปเก็บข้าวของของตัวเองให้หมด ฟ้ายังไม่มืด พวกคุณยังมีเวลาไปสถานีรถไฟใต้ดินแห่งถัดไป”
“ผู้บัญชาการ!”
ไม่รู้ว่าใครตะโกนอย่างขุ่นเคืองขึ้นมา
ซูหลานหันกลับไปกวาดตามองอีกฝ่ายอย่างเตือน ๆ บอกไปตั้งกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเพิ่งเรียกผู้บัญชาการ ยังไม่ถึงเวลาชักดาบ
คนคนนั้นหดคอแล้วเอามือปิดปาก ซูหลานถอนหายใจเบา ๆ “เข้าไปเก็บของกันเถอะ”
ตอนดัดแปลงพื้นที่ใต้ดินแห่งนี้ ทุกคนต่างทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ แผ่นกั้นด้านในก็เป็นพวกเขาที่ช่วยกันยกเข้ามาทีละแผ่นแล้วประกอบเข้าด้วยกัน ทั้งเตียง โต๊ะ เก้าอี้ กระทั่งชามกับตะเกียบที่ใช้กินข้าวก็ล้วนเก็บมาจากซากปรักหักพัง ทุกซอกทุกมุมล้วนทิ้งร่องรอยการใช้ชีวิตร่วมกันไว้ การบังคับให้พวกเขาทิ้งที่นี่ไปก็ไม่ต่างจากการต้องจากบ้านเกิด
แต่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับคำสั่งของผู้บัญชาการ ทุกคนจึงเข้าไปยังห้องเล็ก ๆ ของตัวเองด้วยใจหนักอึ้งและขุ่นแค้น แล้วพยายามขนของที่พอจะเอาไปได้ติดตัวไปให้มากที่สุด
ซูหลานก็เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว ม้วนเครื่องนอนของตัวเองแล้วยื่นให้ซูเหมาเหมา
ซูเหมาเหมานั่งอยู่บนเตียงเล็กของตัวเอง สีหน้าไม่สบอารมณ์ “หม่าม้า เมื่อไหร่ถึงจะลงมือได้ครับ?”
