บทที่ 39 ย้อนเวลากลับไป
ซูหลานเพิ่งขับรถออกจากฟาร์ม ตั้งใจหนีจากเขตเก้าที่เต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวาย ซูเหมาเหมาก็ชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วพูดว่า “แม่ครับ มีเครื่องบินมาอีกแล้ว”
นอกจากเครื่องบิน ยังมีขีปนาวุธด้วย
แม่ลูกจำต้องทิ้งรถ แล้วรีบลงไปหลบใต้ดินให้เร็วที่สุด รอจนการโจมตีระลอกที่สองสิ้นสุดลง
เห็นได้ชัดว่ากองทัพไม่คิดจะยอมอ่อนข้อให้พวกซอมบี้ กระสุนปืนใหญ่พุ่งกระแทกพื้นพร้อมโทสะอันหนักหน่วง ราวกับจะระเบิดทุกสิ่งที่เคลื่อนไหวในบริเวณนี้ให้แหลกเป็นชิ้น ๆ
หลังจากระดมยิงต่อเนื่องสามวัน เขตเก้าก็เงียบสนิทอย่างสิ้นเชิง
แม่ลูกปีนขึ้นมาจากใต้ดิน ยืนอยู่หน้าเจ้ารถที่กลายเป็นเศษเหล็กไปแล้ว
ซูเหมาเหมาถามว่า “แม่ครับ นี่รถของเราเหรอ”
ซูหลานตอบว่า “ไม่ใช่ รถเราไม่แบนขนาดนี้”
เมื่อไม่มียานพาหนะให้ใช้ ซูหลานก็กลับไปเริ่มต้นใหม่จากจุดเดิม แถมยังแย่กว่าเดิมเสียอีก แต่ก่อนอย่างน้อยเธอยังมีจักรยาน ตอนนี้เหลือแค่สองขา
ซูหลานไม่รู้ว่าเขตเก้าเคยมีสภาพอย่างไร แต่เมืองที่เห็นตรงหน้านี้ ต่อให้ใช้คำว่า “เละเทะ” ก็ยังไม่เกินจริง เศษกระจกแตกกระจายอยู่ทุกที่ อาคารพังถล่ม ซากขีปนาวุธเกลื่อนกลาด บางจุดยังมีควันลอยขึ้นมา กลิ่นดินปืนในอากาศกลบกลิ่นศพเน่าเหม็นเสียมิด
ถึงอย่างนั้น ซูหลานก็ยังเดินลึกเข้าไป เพราะซูเหมาเหมาบอกว่าแอนเซอลีนใช้เสียงคำรามนำพวกซอมบี้ไปที่อื่นแล้ว สงครามที่นี่จบลงแล้ว แต่ศึกใหญ่ข้างนอกเพิ่งเริ่มต้น
ระหว่างทาง ซูหลานเก็บนาฬิกาที่ขยับได้เรือนหนึ่งกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันเล็กที่ยังขี่ได้มา เธอขี่ไปพลาง กำจัดสิ่งกีดขวางบนถนนไปพลาง แวะพักเป็นระยะจนถึงจุดหมายปลายทาง—ฐานผู้รอดชีวิตกลางเขตเก้า
ที่นี่เคยเป็นนิคมอุตสาหกรรม ตาข่ายไฟฟ้าบนกำแพงขาดเป็นช่วง ๆ ประตูใหญ่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว พื้นเต็มไปด้วยคราบเลือดและชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ ส่วนอาคารสำนักงานฝั่งตรงข้ามประตูใหญ่มีปลอกขีปนาวุธฝังอยู่
ซูหลานเดินผ่านนิคมไปหยุดอยู่ตรงทางเข้าหลุมหลบภัยใต้ดินที่ซ่อนอยู่
