ซูหลานตบก้นเขาเบา ๆ แล้วบ่นพึมพำว่า “เจ้าตัวแสบ ชนฉันแล้วนะ”
“ขอโทษครับมามี้” ซูเหมาเหมาซุกเข้าหาตำแหน่งคุ้นเคยของตัวเองแล้วจึงหยุด ก่อนพูดเสียงอู้อี้ว่า “ผู้หญิงที่ชื่อแอนเซอลีนหายไปแล้ว”
“อืม...” ซูหลานกอดเขาไว้ เตรียมจะนอนต่อ “ไม่ต้องสนใจหรอก กลางคืนซอมบี้ก็ชอบเดินเพ่นพ่านไปทั่ว”
ซูเหมาเหมาผิดจากทุกที เขารีบอธิบายว่า “ไม่ใช่ครับ ผมกำลังคุยกับเธออยู่ จู่ ๆ เธอก็หายไปเลย”
ซูหลานเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง “หายไปต่อหน้าลูกเลยเหรอ?”
ซูเหมาเหมาพยักหน้า “ครับ เธอยังรู้ด้วยว่าผมชื่อซูเหมาเหมา แล้วก็สั่งให้ผมฆ่าคนที่ชื่อเจียงเหอ”
เรื่องนี้ชวนขนลุกอยู่เหมือนกัน เธอไม่เคยเรียกชื่อลูกชายเต็ม ๆ ต่อหน้าแอนเซอลีนเลย
ซูหลานตกใจจนเบิกตากว้าง คลำหาไฟฉายจนเจอแล้วเปิดมัน
“หายไปตรงไหน พาแม่ไปดูหน่อย”
กองดินที่พังทลายอยู่นอกบ้านยังอยู่ที่เดิม ลมเย็นวังเวงพัดวูบวาบ แต่ไม่มีเงาคนสักคน
ซูหลานส่องไฟฉายไปรอบ ๆ แล้วปิดประตูให้แน่น จากนั้นหาอะไรหลายอย่างมาขวางไว้ แม้จะรู้ว่าทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์กับซอมบี้เลยสักนิด แต่เธอก็ยังอยากกั้นอะไรไว้บ้างเพื่อปลอบใจตัวเอง
เธอจูงลูกกลับไปที่เตียง ดึงผ้าห่มคลุมถึงศีรษะ แล้วกระซิบว่า “ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว เธอคงมีพลังพิเศษที่ทำให้เคลื่อนย้ายฉับพลันหรือพรางตัวได้ อย่างน้อยแอนเซอลีนก็พูดแล้วทำจริง ก่อนจากไปเธอก็ไม่ได้กัดพวกเรา”
ไม่เพียงไม่กัดเธอ สองวันมานี้แอนเซอลีนยังทำหน้าที่ทั้งบอดี้การ์ดทั้งแรงงาน จนซูหลานแทบไม่กล้ารับน้ำใจ สงสัยว่าเมื่อก่อนตัวเองอาจเคยรู้จักพี่สาวคนนี้ หรือไม่ก็แอนเซอลีนคงเป็นคนจิตใจดีมาตั้งแต่ก่อนตาย ถึงกลายเป็นซอมบี้แล้วก็ยังเป็นซอมบี้ที่ดี
ซูเหมาเหมากล่าวอย่างหงุดหงิดว่า “มามี้ ผมไม่ชอบความรู้สึกที่สู้เธอไม่ได้เลย”
“เป็นเรื่องปกตินะลูก ลูกยังตัวเล็กอยู่เลย แต่เธอเป็นซอมบี้ขั้นสามแล้ว ทุกคนก็ชอบเอาชนะทั้งนั้น มามี้เองก็ชอบชนะ แต่ไม่มีใครเก่งขึ้นได้ในชั่วข้ามคืนหรอก เราค่อย ๆ ฝึกไป อีกหน่อยลูกต้องเอาชนะทุกคนได้แน่”
