“อะ... อะไรนะ?!”
ฉูหยวนแทบสงสัยว่าตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่า
ไป๋ซือโม่... จำเธอได้แล้วงั้นเหรอ?
ทั้งที่เธอปลอมตัวเป็น “นานา” ทั้งที่ไม่ได้เผยกลิ่นอายออกมาแม้แต่น้อย!
“ฉัน... ฉันไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดอะไร...”
เธอพยายามแก้ตัว เสียงแหบแห้ง สัญชาตญาณบอกให้หลบสายตาที่แทบจะเผาเธอให้มอดไหม้กับกลิ่นอายกดดันคุกคาม
“ยังคิดจะแสดงละครต่อหน้าฉันอีกเหรอ?”
นิ้วของไป๋ซือโม่ออกแรงบีบ แทบจะบดกระดูกขากรรไกรของเธอ บังคับให้เงยหน้าขึ้นจนไม่อาจหลบสายตาได้อีก
“เธอคงสงสัยสินะว่าทำไมฉันเป็นมนุษย์แท้ ๆ แต่กลับสัมผัสกลิ่นอายของเผ่ามารได้”
เสียงของเธอแนบอยู่ข้างใบหูของฉูหยวน เย็นเยียบแต่แฝงความร้อนแรงอันบิดเบี้ยว
“ก็จริง ถ้าไม่อาศัยระบบตรวจวัดคลื่นเวทของสำนักความมั่นคง มนุษย์ทั่วไปแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้ประสาทสัมผัสของตัวเองแยกแยะสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์ที่แปลงร่างเป็นมนุษย์”
เด็กสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ในส่วนลึกของดวงตาสีอำพันมีอารมณ์เข้มข้นจนเจ็บปวดพลุ่งพล่าน
“แต่คุณซัคคิวบัส คุณไม่เหมือนคนอื่น ฉันไม่มีวันลืมกลิ่นอายของคุณได้ ขอแค่คุณใช้พลังเวทต่อหน้าฉันเพียงนิดเดียว ฉันก็สัมผัสได้ว่าคนตรงหน้าต้องเป็นคุณ ไม่มีทางผิดพลาดแม้แต่น้อย”
เสียงของไป๋ซือโม่เบาลง ข่มกลั้นความโกรธเอาไว้
“เธอยังจำได้ไหม? เมื่อสามปีก่อน บนดาดฟ้าของตึกร้างหลังนั้น เธอช่วยฉันที่กำลังจะฆ่าตัวตายเอาไว้...”
“คืนนั้นที่เราอยู่ด้วยกัน เธอบอกว่าฉันน่ารัก บอกว่าชอบฉัน รักฉัน แล้วยังบอกว่าจะอยู่เคียงข้างฉันตลอดไป...”
