หลังเลิกเรียน บนถนนที่พลุกพล่าน
ฉูหยวนเดินตามไป๋ซือโม่ไปข้างหน้า ท่าทางแข็งทื่อ ก้าวเดินราวกับหุ่นยนต์ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นซากศพเดินได้ไม่มีผิด
แต่ไป๋ซือโม่กลับกระตือรือร้นอย่างยิ่ง ตลอดทางเธอหาเรื่องต่าง ๆ มาชวนคุยได้ไม่ขาด
ต้องขอบคุณความร่าเริงและความเป็นกันเองของเธอที่ทำให้ทั้งสองเดินเคียงกันไปได้ โดยบรรยากาศไม่ตกอยู่ในความเงียบงันหรือความกระอักกระอ่วนที่ฉูหยวนกลัวที่สุด
ฉูหยวนแค่ทำหน้าที่เป็นผู้ฟังเงียบ ๆ คอยส่งเสียงสั้น ๆ อย่าง “อืม” หรือ “อ๋อ” ออกมาจากลำคอเป็นครั้งคราว ก็พอจะรับมือไปได้
“ดูสิ ร้านข้างหน้านั่นไง ร้านเสื้อผ้าที่ฉันชอบแวะไปบ่อย ๆ น่ะ!”
เมื่อเดินมาถึงหน้าศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ไป๋ซือโม่ก็หยุดฝีเท้าและยกมือชี้ไปยังร้านชุดชั้นในขนาดใหญ่ที่ตกแต่งสว่างไสวทันสมัยตรงหน้า
“ร้านดังในอินเทอร์เน็ตเลยนะ มีแบบให้เลือกเยอะสุด ๆ! ตั้งแต่แบบใส่สบายไปจนถึงแบบน่ารักก็มีครบ รับรองว่าต้องเลือกเจอแบบที่เธอชอบแน่”
“ฉะ ฉันน่ะ…ไม่ได้ใส่ใจเรื่องแบบเท่าไหร่หรอก…”
ฉูหยวนพึมพำเสียงเบา ราวกับกำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
แต่เห็นได้ชัดว่าคำอธิบายของเธอไม่อาจดับความกระตือรือร้นของไป๋ซือโม่ที่อยาก “ปรับภาพลักษณ์ใหม่” ให้เธอในตอนนี้ได้
เด็กสาวทั้งสองจึงเดินตามกันเข้าไปในร้านที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจาง ๆ และแขวนเสื้อผ้าประณีตไว้เต็มร้าน
ไป๋ซือโม่เป็นคนร่าเริง ไม่เพียงชอบแต่งตัวเท่านั้น แต่ยังสนใจของจุกจิกน่ารัก ๆ ที่ออกแบบได้แปลกใหม่เป็นพิเศษ
เวลาเดิน เธอมักจะกวาดตามองไปรอบ ๆ และบางครั้งก็หยุดลง รั้งชายเสื้อของฉูหยวนเบา ๆ พลางชี้ไปยังเสื้อผ้าบางชิ้น แล้วพูดจ้อแบ่งปันความเห็นของตัวเอง
ฉูหยวนก็ปล่อยให้เธอรั้งไว้ แล้วค่อย ๆ ขยับตามไปเหมือนหางเล็ก ๆ ระหว่างชั้นวางสินค้าที่วกวนราวกับเขาวงกต
ทั้งสองเดินมาถึงโซนชุดชั้นใน
จู่ ๆ ก็ไม่รู้ว่าไป๋ซือโม่หยิบชุดชั้นในลูกไม้สีดำมาไว้ในมือตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอยกมันขึ้นมาให้ฉูหยวนดูอย่างกระตือรือร้น
