ลานบ้านเล็ก ๆ อันเคยอบอุ่น บัดนี้เหลือเพียงกำแพงที่พังถล่มลงมาครึ่งหนึ่ง ท่ามกลางซากปรักหักพังยังพอมองเห็นรอยเลือดสีแดงสดอยู่ราง ๆ
ภายในบ้านเงียบสงัด
“เกิดเรื่องแล้ว ซิ่วเหนียง!”
ฉินหมิงสะดุ้งสุดตัว รีบวิ่งผ่านลานบ้านพุ่งเข้าไปยังห้องด้านใน
ยังไม่ทันเข้าใกล้ เขาก็ได้กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นโชยมา
ลู่ลิ่วกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุมห้อง เคี่ยวยาต้มที่หมอสั่งไว้
ครั้นเห็นฉินหมิง ดวงตาของลู่ลิ่วก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
“ศิษย์น้อง นางทั้งสอง...”
ความรู้สึกไม่ดีในใจฉินหมิงยิ่งทวีความรุนแรง เขาผลักประตูเข้าไปทันที
บนเตียงมีร่างสองร่างนอนอยู่คนละฝั่ง
ฝั่งซ้ายคือซิ่วเหนียง ส่วนฝั่งขวาคือลี่เซิ่งหนาน
ซิ่วเหนียงมีสีหน้าเปล่งปลั่ง ดูไม่เหมือนได้รับบาดเจ็บ ส่วนลี่เซิ่งหนานกลับอยู่ในสภาพย่ำแย่กว่ามาก เสื้อผ้าชุ่มโชกไปด้วยเลือด มีผ้าพันแผลพันอยู่หลายแห่ง ใบหน้าซีดขาว ลมหายใจแผ่วรวยริน
“ซิ่วเหนียง! ศิษย์พี่!”
ฉินหมิงหน้าเปลี่ยนสี รีบเข้าไปตรวจดูอาการบาดเจ็บของทั้งสอง
เผยเหิงที่อยู่ข้าง ๆ มีสีหน้าละอายใจ เขาถอนหายใจแผ่วเบา
“ฉินหมิง อาจารย์ไร้ความสามารถเอง”
“ท่านอาจารย์ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
สีหน้าฉินหมิงมืดครึ้มถึงขีดสุด เขาแค่ออกไปข้างนอกเพียงครู่เดียว เหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้ ตอนนี้เขาอยากรู้เพียงว่าใครเป็นคนทำร้ายพวกนาง
“เป็นคนของแก๊งหมาป่าอำมหิต”
เผยเหิงกล่าวว่า “ไม่รู้เพราะเหตุใด คนของแก๊งหมาป่าอำมหิตจึงโผล่มากะทันหัน พวกมันคิดจะฉุดซิ่วเหนียงไป เซิ่งหนานออกหน้าขัดขวาง จึงถูกยอดฝีมือขั้นหลอมเนื้อของอีกฝ่ายซัดจนบาดเจ็บสาหัส หากศิษย์น้องไม่เข้ามาช่วยทันเวลา เกรงว่าเซิ่งหนานคงถูกตีจนตาย ส่วนซิ่วเหนียงก็คงถูกพาตัวไปแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าฉินหมิงก็ยิ่งมืดมน โทสะพลุ่งพล่านขึ้นไม่หยุด
ซิ่วเหนียงเป็นภรรยาของเขา ส่วนศิษย์พี่ก็เคยดูแลเขาอย่างดีตั้งแต่เพิ่งเข้าโรงฝึกยุทธ์ ทั้งยังมีบุญคุณต่อเขา บัดนี้ทั้งสองต้องประสบเคราะห์เช่นนี้ ฉินหมิงโกรธแค้นจนถึงขีดสุดแล้ว
“ซิ่วเหนียง ซิ่วเหนียง”
ฉินหมิงเรียกเสียงแผ่ว ทว่าซิ่วเหนียงกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
“หมอบอกว่าคนร้ายวางยาสลบซิ่วเหนียงมากเกินไป นางจึงฟื้นได้ยาก”
