“วิชาฝึกกายาแกร่งอย่างนั้นหรือ?”
เจ้าของแผงเป็นนักพรตเฒ่าผู้แต่งกายซอมซ่อ เสื้อคลุมเต๋าที่สวมอยู่ดำสนิทและมันวาวจนแยกสีเดิมไม่ออก
มือข้างหนึ่งของเขาถือขวดน้ำเต้าบรรจุสุรา อีกข้างแทะน่องไก่ ดื่มจนใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาแทบลืมไม่ขึ้น พอได้ยินเสียง นักพรตเฒ่าก็ค่อย ๆ เปิดเปลือกตา เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของฉินหมิง ก็เข้าใจทันทีว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงถามหาวิชาฝึกกายาแกร่ง
“เจ้าหนุ่ม นี่เจ้าเริ่มฝึกวิชาฝึกกายาแกร่งแล้วสินะ?”
นักพรตเฒ่าส่งเสียงประหลาดใจ วางน่องไก่ลงบนปากแล้วกัดคำโต ก่อนจะยกสุราขึ้นดื่มอีกอึก
“ไม่รู้หรือว่ากินคำใหญ่เกินไปก็สำลักตายได้? ยังคิดจะฝึกอีกวิชาหนึ่งงั้นหรือ? เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหลอมผิวหนังตัวเล็ก ๆ ไม่กลัวหรือว่าจะสำลักตายเสียก่อน”
น้ำเสียงชายชราห้วนกระด้าง แต่ฉินหมิงไม่ได้ใส่ใจ เพราะเขาพบวิชาฝึกกายาแกร่งเล่มหนึ่งแล้ว
《วิชากายาเหล็ก》
“ข้าเอาเล่มนี้”
ฉินหมิงหยิบ《วิชากายาเหล็ก》ขึ้นมา นี่เป็นวิชาฝึกกายาแกร่งเพียงเล่มเดียวบนแผง
“เจ้าหนุ่ม เลือกเก่งนี่นา อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน หากเจ้ากล้าฝึกของสิ่งนี้จริง ๆ แล้วถูกตามล่าในภายหน้า ก็อย่ามาโทษข้า”
นักพรตเฒ่าส่ายหน้าไปมา
“อีกอย่าง วิชานี้ไม่สมบูรณ์ ข้ามีเคล็ดฝึกอยู่เพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น บอกตามตรง เดิมทีวิชาฝึกกายาแกร่งเล่มนี้ไม่ได้เป็นแค่วิชาระดับเก้า เพราะเหลือเนื้อหาเพียงน้อยนิด ถึงได้ตกชั้นลงมา”
“ถ้าอย่างนั้น ราคาเท่าไร?”
ฉินหมิงเลิกคิ้ว ที่พูดเสียยืดยาวก็แค่อยากฟันราคาเขาให้หนัก ๆ ไม่ใช่หรือ?
นักพรตเฒ่าค่อย ๆ ชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
“หนึ่งตำลึงเงิน?”
“พรวด!”
สุราที่นักพรตเฒ่าดื่มอยู่พุ่งออกจากปากจนหมด
“หนึ่งตำลึงเงินอะไรกัน! ข้าหมายถึงหนึ่งหมื่นตำลึง! หนึ่งหมื่นตำลึง!”
นักพรตเฒ่าถึงกับถลึงตา หนวดเคราพลิ้วไหว
“หนึ่งหมื่นตำลึง? ไฉนไม่ไปปล้นเสียเลยเล่า?”
ฉินหมิงลุกขึ้นแล้วเดินจากไปโดยไม่ลังเล
