ข่าวเรื่องคุณสมบัติผู้สมัครสำรองของกองล่าปีศาจแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว กองกำลังและแก๊งต่าง ๆ ทยอยได้รับข่าว
แก๊งหมาป่าอำมหิต
เหยียนเยว่เริ่นนั่งวางมาดอยู่บนเก้าอี้ ด้านหลังมีหญิงงามวัยเยาว์สองคนคอยนวดไหล่บีบขาให้เขา ส่วนข้างกายยังมีสาวใช้สองคนคอยปอกเปลือกองุ่นให้โดยเฉพาะ
“หัวหน้าหอ! มีชายหนุ่มสามคนอยู่ข้างนอกโวยวายขอพบท่าน บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะรายงาน”
“หืม? ให้พวกเขาเข้ามา”
เหยียนเยว่เริ่นกล่าวเสียงเรียบ พูดจบก็ฉุดหญิงงามที่อยู่ด้านหลังเข้ามาในอ้อมแขน แล้วเริ่มลูบไล้ไปทั่วร่าง
ใบหน้าของหญิงงามเปื้อนคราบน้ำตา เต็มไปด้วยความเจ็บแค้น ทว่าครอบครัวและลูกของนางอยู่ในกำมือเหยียนเยว่เริ่น จึงจำต้องยอมจำนนต่ออำนาจบาตรใหญ่ของเขา
ไม่นาน ลูกน้องสามคนในแก๊งก็เดินเข้ามา
“หัวหน้าหอ พวกเรามีเรื่องสำคัญจะรายงาน”
“ว่ามา”
มือใหญ่ของเหยียนเยว่เริ่นยังคงลูบคลำหญิงงามอย่างไม่ยั้ง สายตาจับจ้องไปยังทั้งสามคน
“พวกเราเจอผู้หญิงที่หัวหน้าหอเคยให้สืบคราวก่อนแล้ว”
“หืม?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหยียนเยว่เริ่นก็หยุดมือ
“ที่พวกเจ้าพูดถึง...คือนางหรือ?”
เหยียนเยว่เริ่นหยิบภาพวาดแผ่นหนึ่งออกมา
“ไม่ผิดแน่ เป็นนาง!”
ทั้งสามชี้ไปยังภาพวาดพลางกล่าวเสียงดัง “เมื่อครู่พวกเราเห็นนางอยู่บนถนน”
“แน่ใจหรือ?”
เหยียนเยว่เริ่นเลิกคิ้ว แววตาเผยความตื่นเต้นวูบหนึ่ง ก่อนจะถีบหญิงข้างกายจนกระเด็นตกลงไป
“ดี! ประหยัดแรงที่ข้าต้องออกไปตามหาถึงที่! ฮ่า ๆ ๆ ใครก็ได้ ไปจับแม่สาวน้อยนั่นกลับมาให้ข้า!
