“แม่ เบามือหน่อยสิ...”
ฟางชุนหยางอดเบ้ปากไม่ได้ หนังศีรษะถูกอู๋เส้าหลี่ดึงจนเจ็บไปหมด
“อดทนหน่อย”
ปากอู๋เส้าหลี่พูดอย่างนั้น แต่แรงมือที่หวีผมก็เบาลง
เธอแบ่งผมของฟางชุนหยางออกเป็นสามช่อ นิ้วมือขยับถักเปียสามเกลียวสองข้าง ปลายเปียผูกด้วยเชือกสีแดงเป็นโบสองข้างอย่างเรียบร้อย
พอถึงตาฟางอวิ๋นเสวี่ย เด็กคนนี้ก็ร้องโวยวายไม่หยุด ราวกับผมจะถูกกระชากจนหลุดออกมาทั้งหัว
อู๋เส้าหลี่วางหวีลง มองใบหน้าสะอาดผ่องของลูกสาวทั้งสองกับเปียที่ถักไว้อย่างเรียบร้อย มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“รอก่อนนะ”
เธอหันหลังเดินเข้าไปในบ้าน หยิบเสื้อผ้าสีชมพูสองชุดที่เคยใส่ไปแล้วครั้งหนึ่งออกมาจากตู้
พอฟางชุนหยางกับฟางอวิ๋นเสวี่ยเห็น ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
อู๋เส้าหลี่ย่อตัวลง สวมเสื้อผ้าให้ลูกสาวคนโตก่อน แล้วดึงชายเสื้อให้เรียบ
พอถึงตาอวิ๋นเสวี่ย เด็กคนนี้ก็รอไม่ไหวแล้ว รีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมเอง ผลคือกลัดกระดุมผิดรู อู๋เส้าหลี่จึงดีดหน้าผากเธอเบา ๆ พร้อมหัวเราะว่า “รีบร้อนอะไรนักหนา?”
ฟางเวยเดินเข้ามา สวมเสื้อผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มสะอาดเอี่ยม ในมือหิ้วกระเป๋านักเรียนผ้าใบสีเขียวทหารสองใบ
“ชุนหยาง อวิ๋นเสวี่ย มานี่”
เด็กหญิงทั้งสองหันมา พอเห็นของที่เขาถืออยู่ก็วิ่งเข้าไปทันที
ฟางเวยสะพายกระเป๋าให้อย่างละใบ แล้วตรวจดูความยาวของสายกระเป๋า ก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าว กวาดตามองลูกสาวทั้งสองอย่างละเอียด แล้วฉีกยิ้ม
