“พี่หลิวครับ ผมอยากซื้อจักรยานสักคัน”
ฟางเวยกวาดตามองรอบโถง ก่อนจะยิ้มให้พี่หลิว “เรื่องคูปองคงต้องรบกวนพี่ช่วยหน่อยนะครับ”
“อุ๊ย!”
พี่หลิวได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เจือความรู้สึกผิดขึ้นมาทันที “น้องฟางมาช้าไปก้าวหนึ่งแล้วจ้ะ ของล็อตก่อนเพิ่งขายหมดเมื่อวันก่อน ส่วนล็อตถัดไปยังอยู่ระหว่างขนส่งเลย!”
“น้องก็รู้ใช่ไหมว่าที่นี่แต่ละครั้งมีจักรยานมาส่งแค่สองสามคันเอง”
ฟางเวยขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามว่า “แล้วของล็อตหน้าจะมาถึงเร็วที่สุดเมื่อไหร่ครับ?”
“เร็วที่สุดก็คงต้องรออีกห้าหกวันจ้ะ”
พี่หลิวนับนิ้วคำนวณ “ของส่งมาจากเมืองใหญ่ประจำจังหวัด ถ้าระหว่างทางไม่มีปัญหา มะรืนนี้ก็น่าจะมาถึงแล้ว”
“บวกเวลาขนของเข้าคลังแล้วเอาขึ้นชั้นด้วย น้องมาสัปดาห์หน้าก็น่าจะทันพอดี”
พอได้ยินแบบนั้น คิ้วของฟางเวยก็ยิ่งขมวดแน่นขึ้น
จากหมู่บ้านเหล่าถังถึงตัวอำเภอ เดินเท้าต้องใช้เวลากว่าชั่วโมง ไปกลับวันละสองรอบก็เกือบสองสามชั่วโมง
เขาไม่กลัวการเดินหรอก แต่ต่อไปต้องไปรับไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนทุกวัน ถ้าไม่มีพาหนะสักคันก็เสียเวลาจริง ๆ
ฟางเวยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามต่อว่า “แล้วจักรยานล้อใหญ่ที่ร้านพี่ขายคันละเท่าไหร่ครับ?”
“เรื่องคูปองพี่พอหาทางช่วยได้ แต่เรื่องเงินน้องต้องเตรียมไว้ให้มากหน่อยนะ”
พี่หลิวได้ยินคำถามก็รู้ทันทีว่าเรื่องนี้มีหวัง จึงรีบบอกว่า “ยี่ห้อฟ่งหวงราคา 160 หยวน ส่วนยี่ห้อเฟยเกอแพงกว่านิดหน่อย ราคา 170 หยวนจ้ะ”
