“นายพูดว่าอะไรนะ?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มสวีคิดว่าตัวเองหูฝาดไป จึงถามซ้ำอีกครั้ง “พวกนายจับใครได้?”
“ขโมย!”
หยางเชี่ยนคิดว่าเขาฟังไม่ชัดจริง ๆ จึงตะโกนว่า “ขโมยที่ขโมยเงินหกสิบหยวนของฉันไปไง พวกเราจับได้แล้ว!”
“...พวกเราเดินสอบถามคนในหมู่บ้านของพวกนายมาตั้งสองวัน แต่กลับหาเบาะแสอะไรไม่ได้เลย”
เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มสวีมองหยางเชี่ยนกับคนอื่น ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะมองหลิวหวั่นที่ถูกมัดอยู่ “พวกนายจับขโมยได้ด้วยตัวเองเลยงั้นเหรอ?”
“เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้พี่ชายต้าเว่ยของฉัน!”
หยางเชี่ยนวางมือบนไหล่ฟางเวย พูดอย่างซาบซึ้งใจว่า “เขาเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่าหลิวหวั่นมีพิรุธ แถมยังเดาได้ด้วยว่าหลิวหวั่นจะเอาเงินไปซ่อนไว้บนเขา!”
“นายสังเกตได้ยังไงว่าหมอนี่มีพิรุธ?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มสวีจ้องฟางเวยอย่างใคร่รู้ แล้วถามว่า “แล้วรู้ได้ยังไงว่าเขาจะเอาเงินที่ขโมยมาไปฝังไว้บนเขา?”
ฟางเวยเตรียมคำตอบไว้ตั้งนานแล้ว จึงพูดอย่างเปิดเผยว่า “พูดตามตรง เมื่อก่อนตอนที่ผมยังไม่เอาถ่าน ผมก็มักจะคลุกคลีกับหลิวหวั่น เล่นพนันด้วยกันบ่อย ๆ”
“ผมรู้จักเขาดี เวลาเล่นพนัน หมอนี่ชอบเล่นไม่ซื่อ”
“หลังจากเงินของหยางเชี่ยนถูกขโมย ผมก็สงสัยเขาเป็นคนแรก”
“สองวันนี้ผมเลยแอบจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของเขา อยากหาหลักฐานให้ได้”
“เมื่อคืน ผมเห็นกับตาว่าเขาแอบลับ ๆ ล่อ ๆ วิ่งขึ้นเขาไป”
