วันรุ่งขึ้น สอบวิชาฟิสิกส์กับวิชาภาษาอังกฤษ
วิชาภาษาอังกฤษเป็นจุดแข็งของเย่โจวหงอยู่แล้ว ส่วนวิชาฟิสิกส์เขาก็เตรียมตัวมาเต็มที่
สบายแล้ว ทุกวิชาสบายหมด!
หลังครูคุมสอบเก็บข้อสอบกับกระดาษคำตอบเรียบร้อย เย่โจวหงก็ยืดเส้นยืดสาย รอครูนับกระดาษเสร็จแล้วค่อยปล่อยคน
แดดนอกหน้าต่างสดใส ใบไม้พลิ้วไหวส่งเสียงซ่า ๆ ช่างทำให้รู้สึกเบิกบานทั้งกายและใจจริง ๆ!
ヾ(>▽<*)ゝ
แต่ยังไม่ทันได้เบิกบานนาน หางตาก็เหลือบเห็นเฉินฮ่าวยืดเส้นยืดสายเหมือนกัน
เขาถอดแว่นขอบทองออก ใบหน้ามีรอยยิ้มสงบนิ่งราวกับ “ฉันนี่ไม่มีใครสู้ได้แล้ว”
เชอะ ดูท่าสอบได้ไม่เลวสินะ
ท่าทีทำเป็นวางมาดแบบนั้นจุดประกายความเป็นนักสู้ของเย่โจวหงขึ้นมาทันที
สอบวิชาฟิสิกส์เสร็จแล้วก็ไม่ต้องไปคิดถึงมัน วิชาภาษาอังกฤษกับวิชาภูมิศาสตร์เขาไม่กลัว แต่พรุ่งนี้ยังมีวิชาเคมีที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก
คืนนั้นในคาบอ่านหนังสือเอง เขาเลยทุ่มพลังทั้งหมดให้วิชาเคมีที่ปวดหัวที่สุด ฝืนทำกระดาษข้อสอบเก็บโจทย์ไปหลายชุด
วันที่สิบเอ็ดกรกฎาคม วันสุดท้ายของการสอบปลายภาค
เพราะเช้าวันนี้มีการสอบวิชาเลือกสองวิชาต่อเนื่องกัน ห้องสอบของทุกคนจึงไม่เหมือนสองวันก่อน
ส่วนตัวแล้ว เขาคิดว่าการจัดสอบแบบนี้ทำมาเพื่อกวนประสาทคนชัด ๆ
ถึงเย่โจวหงจะบ่นอย่างนั้น แต่ร่างกายก็ยังเชื่อฟัง นั่งลงที่ห้องสอบใหม่อย่างว่าง่าย
โดยรวมแล้ว ข้อสอบวิชาเคมีง่ายกว่าที่เขาคาดไว้
ข้อสอบปรนัยไม่มีหลุมพรางที่ยากเป็นพิเศษ ส่วนข้อสอบทดลองก็ออกเรื่องการปรับปรุงการทดลองในตำราเรียน
ข้อสุดท้ายเป็นโจทย์กระบวนการเคมีอนินทรีย์ โดยออกแบบขั้นตอนการผลิตจากกระบวนการสกัดแมกนีเซียมจากน้ำทะเล
เย่โจวหงอ่านโจทย์จบ ก็จัดระเบียบจุดประสงค์ของแต่ละขั้นในแผนภาพกระบวนการ ปริมาณสารที่ใช้ และลำดับการปฏิบัติให้ชัดเจนก่อน แล้วจึงตอบไปทีละขั้น
ตอบครบทุกข้อแล้ว ยังเหลือเวลาอีกตั้งแปดนาทีแน่ะ
ก่อนหน้านี้ทุกครั้งเขาเขียนเสร็จแบบพอดีกับเวลาที่ต้องหยุดเขียนตลอด!
