“ใกล้เวลาเข้านอนแล้ว ทุกคนรีบขึ้นเตียงได้แล้ว!”
หูเหวยยืนอยู่ตรงประตู ใช้ลำแสงจากไฟฉายส่องกวาดไปทั่วห้อง
เมื่อทุกคนในห้อง 8311 ขึ้นเตียงกันหมดแล้ว เขาถึงหันหลังเดินจากไป
ห้องนอนกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง
เจียงยวี่พลิกตัวลงจากเตียง เดินไปยืนหน้ากระจกตรงอ่างล้างหน้า
เขาใช้มือขยี้ผมที่ยังแห้งไม่สนิท พลางชื่นชมใบหน้าหล่อเหลาของตัวเองในกระจก
“อาจารย์เชินตาแหลมจริง ๆ เลือกฉันเป็นคนชักธง”
“โคตรเจ๋ง แก่นแท้สายเจี๊ยบเลยนะเนี่ย”
ทังฮ่าวกำลังแข่งเกมไต่แรงก์ พอมีเวลาระหว่างรอเกิดใหม่ ก็อดแขวะเจียงยวี่สักคำไม่ได้
เจียงยวี่หันกลับมา ใบหน้าแดงก่ำ
“นายรู้อะไร! ฉันแค่เห็นว่าบรรยากาศในห้องเรียนเงียบเหงาเกินไป ก็เลยอยากทำให้ทุกคนคึกคักขึ้นหน่อย”
จางหยวนบนเตียงชั้นบนดึงผ้าห่มขึ้น ก่อนหัวเราะหึ ๆ
“ก็จริงนะ ท่าที่นายแสดงวันนี้ ทั้งเท้าซ้ายสะดุดเท้าขวาจนคุกเข่าลงกับพื้น แม้แต่อาจารย์เชินยังโดนนายทำให้ขำเลย”
“นั่น...นั่นมันคนละเรื่อง!”
จู่ ๆ เจียงยวี่ก็ทำสีหน้าเขินอาย
“อย่างน้อย...สวีชิงเหยียนก็หัวเราะแล้ว...”
เย่โจวหงเอนหลังพิงหมอน มือทั้งสองประสานไว้หลังศีรษะ
“เจียงยวี่ ถ้านายอยากเพิ่มไวแชตเธอจริง ๆ ฉันมีคำแนะนำจะบอก”
“เชิญท่านอาจารย์เย่ชี้แนะ”
“ก่อนอื่นก็ทำตัวให้ปกติหน่อย เลิกเล่นอะไรหวือหวาพวกนั้นได้แล้ว ลองหาสิ่งที่ชอบเหมือนกันแล้วคุยกันตามปกติก็พอ”
จางหยวนยื่นตัวออกมาครึ่งหนึ่งจากเตียงชั้นบน
“พูดถึงเรื่องนี้ ห้องเรามีมือโปรซ่อนอยู่จริง ๆ คนหนึ่งนี่นา”
สายตาของทั้งสามคนหันมาจับจ้องเย่โจวหงพร้อมกัน
เขารู้สึกได้ว่าห้องเงียบลง จึงเงยหน้าจากจอมือถือ
“มองฉันทำไม”
เจียงยวี่ลุกขึ้น เดินไปยืนข้างเตียงเย่โจวหง
“เย่ นายทำได้ยังไง ให้สวีชิงเหยียนเอาขนมมาให้ทุกวัน ได้ยินว่าตอนปิดเทอมยังไปเที่ยวด้วยกันอีก...”
