ตู้เซฟพวกนี้เป็นของที่เธอขโมยมาจากเรือนหลักตั้งแต่ครั้งแรก หนักอึ้งเป็นอย่างมาก ข้างในใส่อะไรไว้บ้างก็ไม่รู้
แม้จู้หร่วนหลานจะมีเครื่องตัดอยู่ในมือ แต่ตอนเครื่องทำงานเสียงดังมาก เปิดใช้ในห้องไม่ค่อยเหมาะนัก
จู้หร่วนหลานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนปลอมตัวเสียใหม่ให้ดูเหมือนหญิงวัยกลางคน เธอสวมวิกผมสีเทาขาวไว้บนศีรษะ แต่งแต้มตำหนิลงบนใบหน้าด้วยเครื่องสำอาง อย่างไรก็แค่ทำให้ตัวเองดูแตกต่างจากเดิมก็พอ
จู้หร่วนหลานออกไปตอนบ่าย เธอตัดสินใจหาสถานที่ใกล้ ๆ ที่ไม่ค่อยมีคน แล้วงัดตู้เซฟเปิดที่นั่น
ยามนี้ลมในซูเฉิงเจือไอหนาวอยู่หลายส่วน อากาศชื้น ๆ ปนไอน้ำเย็นเยียบ ราวกับสูดเข้าไปเพียงครั้งเดียว ปอดก็เต็มไปด้วยลมหนาว
จู้หร่วนหลานกระชับเสื้อโค้ต ก่อนเร่งฝีเท้าไปยังสถานที่รกร้างแห่งหนึ่งที่เธอรู้จัก
บริเวณนี้อยู่ใกล้ชานเมืองแล้ว หากเดินต่อออกไปก็จะพบไร่นา
ช่วงนี้อากาศทั้งชื้นทั้งหนาวอย่างหนัก ดังนั้นจึงมีคนอยู่ข้างนอกไม่มากนัก
จู้หร่วนหลานหาที่เปลี่ยวไร้ผู้คน ก่อนหยิบตู้เซฟออกมาใบหนึ่ง แล้วหยิบเครื่องตัดออกมาด้วย
ทันทีที่เปิดเครื่องตัด เสียงคำรามราวฟ้าผ่าก็ดังขึ้น เสียงนั้นเรียกความสนใจได้ไม่น้อยจริง ๆ
จู้หร่วนหลานกวาดตามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ จึงเริ่มลงมืออย่างวางใจ
ใบตัดสัมผัสผิวตู้เซฟ เกิดเสียงเสียดสีดังแหลมบาดหู แทบจะทิ่มแทงแก้วหูให้เจ็บปวด
จู้หร่วนหลานขมวดคิ้วมองประกายไฟที่กระเด็นไปทั่ว พอตู้เซฟใบแรกถูกตัดเป็นรูใหญ่ เธอก็ปิดเครื่องทันที
