ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร จู้หร่วนหลานถึงรู้สึกว่าตนเองหลุดพ้นจากบริเวณอันแปรปรวนนั้นได้ในที่สุด และห่างไกลจากวังวนไร้ปรานีที่พร้อมกลืนกินสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
ในเวลานี้ รอบตัวนางมืดสนิทจนมองไม่เห็นแสงแม้แต่น้อย น้ำทะเลดำมืดจนน่าหวาดหวั่น ประกอบกับสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ บนท้องฟ้าก็ไร้เงาจันทร์ ความมืดมิดเช่นนี้ ท่ามกลางมหาสมุทรกว้างใหญ่ไพศาลที่ไร้ผู้คน แม้แต่จู้หร่วนหลานก็ยังรู้สึกหวาดกลัวจับใจ
นางพยายามกลืนน้ำลายลงคอ พยายามไม่มองทะเลใต้กะละมังพลาสติก ได้แต่จับขอบกะละมังไว้แน่น ประคองมันให้ทรงตัว ไม่ให้คลื่นซัดจนพลิกคว่ำ
ขณะเดียวกัน นางก็พยายามผ่อนคลายร่างกาย ปลอบใจตัวเองไม่ให้หวาดกลัว
ที่จริง ในมิติของนางมีไฟฉายอยู่ แต่นางไม่อยากไปหาในตอนนี้
หากหาไฟฉายเจอ แล้วมองเห็นทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา นางคงยิ่งหวาดกลัวกว่าเดิม ปล่อยไว้แบบนี้เถอะ ขอแค่ประคองตัวผ่านไปได้ก็พอ
มหาสมุทรราวกับเปลญวนที่แกว่งไกวไปมา พากะละมังพลาสติกเคลื่อนมุ่งหน้าไปเรื่อย ๆ
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร มือที่จับกะละมังพลาสติกของจู้หร่วนหลานก็เริ่มคลายแรงลง พละกำลังของนางแทบหมดสิ้นไปกับความโกลาหลเมื่อครู่แล้ว ถึงตอนนี้จะยังกลัวมากเพียงใด ก็เริ่มฝืนต่อไม่ไหว
ยิ่งไปกว่านั้น ทะเลในยามค่ำคืนช่างน่ากลัวเหลือเกิน นางทำได้เพียงขดตัว พยายามแนบตัวให้ชิดก้นกะละมังพลาสติกมากที่สุด เพื่อให้มันลอยอยู่บนผิวน้ำได้มั่นคงยิ่งขึ้น
