คนในจวนสกุลสั่วกำลังตามล่าหัวขโมยกันอย่างเต็มกำลัง พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่ขโมยสมบัติในบ้านไปก็คือจู้หร่วนหลาน!
จู้หร่วนหลานขับรถมาจนถึงบริเวณใกล้สถานีรถไฟ
เธอหาที่เปลี่ยวแห่งหนึ่งก่อน จากนั้นก็เก็บรถเข้าไปไว้ในมิติ พอดีในนั้นยังมีที่ว่าง รถคันนี้ยังมีประโยชน์ในวันหน้า
ต่อมาเธอถอดหมวกกันน็อกที่สวมอยู่บนศีรษะและหน้ากากกันแก๊สพิษออก เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วหยิบบัตรประจำตัวออกมา แน่นอนว่านี่ไม่ใช่บัตรของเธอเอง แต่เป็นบัตรของสาวใช้คนหนึ่งในจวนสกุลสั่วที่เธอยืมมา
เธอเตรียมบัตรประจำตัวไว้มากกว่าหนึ่งใบ ดังนั้นตอนนี้จึงสงบนิ่ง ไม่กลัวว่าจะถูกจับได้แม้แต่น้อย
หลังเปลี่ยนเสื้อผ้าและใช้เครื่องสำอางปรับโฉมแล้ว เธอก็ซื้อตั๋วรถไฟ ขึ้นรถไฟเที่ยวที่ใกล้จะออกที่สุด
รถไฟเริ่มเคลื่อนขบวนดังครืดคราด จู้หร่วนหลานมองบ้านเรือนสองข้างทางที่ค่อย ๆ ถอยห่างไป ในที่สุดหัวใจก็สงบลงได้บ้าง
ไม่ว่าอย่างไร เธอก็หนีออกมาได้แล้ว
ในเวลาเดียวกับที่เธอขึ้นรถไฟ จวนสกุลสั่วก็เริ่มกวาดล้างคนในบ้าน
ทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคนรับใช้หรืออนุภรรยา ล้วนถูกเรียกไปรวมตัวกันบนลานโล่งหน้าสวน
คุณชายใหญ่สงสัยว่ามีไส้ศึกอยู่ในบ้าน ไม่อย่างนั้นเรื่องบังเอิญคงไม่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งหัวขโมยคนนั้นก็ลงมือสำเร็จอย่างราบรื่น
ยิ่งไปกว่านั้น วิธีการของหัวขโมยยังร้ายกาจมาก พวกองครักษ์ถูกวางยาจนหมดสติ ป่านนี้ก็ยังไม่มีใครฟื้น
ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยเจอวิธีการแบบนี้มาแล้ว หัวขโมยคนนั้นใช้วิธีเดียวกันวางยาท่านยายจนหมดสติ ไม่นึกเลยว่าคราวนี้จะใช้กลอุบายเดิมกับพวกองครักษ์อีก
