จู้หร่วนหลานหายตัวไปแล้วอย่างนั้นหรือ?
คุณชายใหญ่รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่มีทางง่ายดายเช่นนั้น จะบังเอิญเกินไปแล้วกระมัง?
ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ จู้หร่วนหลานกลับหายตัวไปเสียได้?
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งเวลาที่จู้หร่วนหลานเข้าจวน และคราวก่อนที่โจรลงมือก่อเหตุ ในเรือนของภรรยาคนที่เจ็ดก็มีเพียงห้องของภรรยาคนที่เจ็ดเท่านั้นที่ถูกคนบุกเข้าไป หรือเรื่องทั้งหมดนี้จะเป็นฝีมือของจู้หร่วนหลาน?
คุณชายใหญ่ครุ่นคิด พลางขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาพึมพำกับตัวเองว่า “ไม่ถูกสิ ลำพังจู้หร่วนหลานคนเดียว จะขนของไปได้มากมายขนาดนั้นได้อย่างไร? ไม่ถูก ๆ ต้องมีคนอื่นด้วยแน่ คนที่ขนของมากมายขนาดนั้นไปได้ในเวลาอันสั้น แถมยังมีอาวุธร้ายกาจเช่นนั้น ลำพังจู้หร่วนหลานคนเดียวทำไม่ได้แน่ เป็นใครกัน? จู้หร่วนหลานอาจเป็นไส้ศึกหรือ? แล้วใครกันที่ร่วมมือกับจู้หร่วนหลานจากทั้งข้างในและข้างนอก ช่วยกันขโมยของในจวนไป?”
คุณชายใหญ่ขบคิดถึงศัตรูของจวนสกุลสั่ว ว่ามีผู้ใดทำได้ถึงขั้นนี้บ้าง?
ต้องเป็นกองกำลังที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี จึงจะสยบองครักษ์ที่พวกเขาจัดไว้ได้ในเวลาอันสั้นที่สุด อีกทั้งยังต้องมีเครื่องมือเฉพาะทาง จึงจะจัดการองครักษ์ได้อย่างไร้ร่องรอย เหมือนครั้งที่ท่านยายถูกเล่นงานก่อนหน้านี้ และต้องมีวินัยเคร่งครัด เชื่อฟังคำสั่งโดยไม่ลังเล ไม่เช่นนั้นตอนถอนกำลังจะไม่ถูกคนพบเห็นได้อย่างไร?
ไม่สิ ยังมีอะไรที่เขามองข้ามไปอีกหรือเปล่า?
สมองของคุณชายใหญ่แล่นเร็วจี๋ ท้ายที่สุดจู่ ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ พลางตบต้นขาฉาด “ต้องมีทางลับที่ซ่อนอยู่อย่างมิดชิดแน่ ๆ พวกนั้นถึงขนของในจวนออกไปได้อย่างรวดเร็ว นี่ก็เป็นเหตุผลที่พวกเขาขนของไปได้โดยไม่ทำให้คนในจวนแตกตื่น ไม่ทิ้งร่องรอย! ใช่ ต้องเป็นเช่นนี้แน่ ดูท่าในจวนจะซ่อนความลับเอาไว้ไม่น้อยเลย!”
