แต่เธอกลับไม่มีโอกาสได้เห็นความมืดมิดจางหาย หรือรอให้รุ่งเช้ามาเยือนอีกครั้ง เพราะเสียงหนึ่งปลุกเธอให้ตื่นขึ้นเสียก่อน
เธอไม่กล้าขยับตัวมากนัก ได้ยินเสียงลมทะเลพัดกระโชกอย่างบ้าคลั่ง กะละมังพลาสติกใต้ร่างก็โคลงเคลงรุนแรงไปตามคลื่น ราวกับในสายลมมีทั้งคลื่นทะเลและเม็ดฝนปะปนกันจนแยกไม่ออก ตอนนี้จู้หร่วนหลานทำได้เพียงแอบเลิกผ้าห่มขึ้นเล็กน้อย เพื่อสำรวจสถานการณ์รอบตัว
หยดฝนหยดหนึ่งตกลงบนเปลือกตา เธอหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ หยดฝนนั้นไหลไปตามสันจมูกจนถึงปลาย ก่อนจะหยดลงบนรอยบุ๋มเล็ก ๆ ข้างมุมปากและขังตัวเป็นหยดจิ๋ว
จากนั้นเม็ดฝนก็ร่วงลงมาไม่ขาดสาย จู้หร่วนหลานลนลานค้นหาร่มจากมิติ กางมันออกเพื่อบังทั้งตัวเธอและกะละมังพลาสติก
ทว่าลมกลับยิ่งพัดแรงขึ้น เม็ดฝนก็ร่วงลงถี่กว่าเดิม ขณะที่ผิวน้ำทะเลไกลออกไปเริ่มมีสายฟ้าสีม่วงแลบแปลบปลาบ
จู้หร่วนหลานแทบสิ้นหวัง เพราะคลื่นกำลังพัดกะละมังพลาสติกใต้ร่างของเธอให้ลอยไปยังทิศทางที่มีสายฟ้าสีม่วงฟาดลงมา
ตอนนี้เธอไม่สนอะไรทั้งนั้น และไม่กลัวเปียกฝนอีกต่อไป จู้หร่วนหลานหุบร่มที่เพิ่งกางออก แล้วหยิบไม้พายที่ประดิษฐ์ขึ้นเองจากมิติออกมา
เธอเริ่มพายอย่างสุดแรง หวังให้กะละมังพลาสติกใต้ร่างลอยห่างจากบริเวณพายุฝนฟ้าคะนองให้มากขึ้น
แต่ลมแรงเกินไป มันพัดกะละมังพลาสติกใต้ร่างให้ลอยไปทั่ว ยิ่งมีคลื่นซัดกระหน่ำ เธอก็ยิ่งควบคุมทิศทางได้ยาก
