เมื่อได้ยินคำของไคหยวน หลินจิ้นก็ชะงักงัน ร่างทั้งร่างแข็งค้างอยู่กับที่
ผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิง คือยอดฝีมืออย่างแท้จริงบนผืนแผ่นดินแคว้นชาง
ยอดคนขั้นผสานกายเก็บตัวไม่ปรากฏกาย ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นหลอมสุญตาปิดด่านบำเพ็ญเพียร ผู้แข็งแกร่งขั้นแปรเทพมีอยู่เพียงหยิบมือ ส่วนผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงนั้นเพียงพอจะค้ำจุนสำนักแห่งหนึ่ง ได้รับความเคารพจากผู้คนนับหมื่น
บุคคลเช่นนี้กลับต้องการรับเขา ผู้บำเพ็ญขั้นหลอมลมปราณเป็นศิษย์ ทั้งยังจะถ่ายทอดทุกสิ่งที่มีให้อีกหรือ?
ความยินดีอันใหญ่หลวงถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นทะเล แทบจะกลืนกินเขา ทว่าชั่วพริบตาถัดมา เขาก็พลันได้สติ ความตะลึงบนใบหน้าจางหาย เหลือเพียงความสงบนิ่ง
หลินจิ้นประสานมือคารวะไคหยวนอย่างจริงจัง น้ำเสียงจริงใจ “ผู้อาวุโสเมตตาข้าถึงเพียงนี้ ข้าซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง เพียงแต่ข้ามีอาจารย์สืบทอดวิชาอยู่แล้ว อีกทั้งข้ามิใช่ผู้บำเพ็ญอิสระ แต่มีสำนักสังกัด”
“มีสำนักแล้วหรือ?” ไคหยวนชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจ ผู้มีพรสวรรค์ด้านกระบี่ถึงเพียงนี้ เบื้องหลังย่อมมีผู้สูงส่งชี้แนะ ทว่าพอคิดอีกที เขาก็พลันตะลึง แววตาเต็มไปด้วยความฉงน
ผู้บำเพ็ญที่มีอาจารย์และมีสำนักสังกัด ไยต้องมาทำหน้าที่ผู้ติดตามกระบี่ที่เสี่ยงตายถึงเก้าส่วนเช่นนี้ด้วย?
ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!
“ไม่ทราบว่าเจ้าสืบทอดวิชาจากที่ใด สำนักใด?” ไคหยวนซักถาม น้ำเสียงแฝงความร้อนใจอยู่หลายส่วน
หลินจิ้นมิได้ปิดบัง ตอบตามตรงว่า “อาจารย์ของข้าคือเย่ชิงซาน ท่านอาจารย์ล่วงลับไปแล้ว บัดนี้ข้าเป็นเจ้าสำนักชิงอวิ๋น”
“เย่ชิงซาน? เจ้าสำนักชิงอวิ๋น?”
เมื่อได้ยินสองชื่อนี้ รูม่านตาของไคหยวนพลันหดวูบ ดวงตาเบิกกว้าง ก่อนอุทานด้วยความตกใจ “เจ้าเป็นคนในสำนักเต๋าของข้าหรือ?!”
สำนักชิงอวิ๋น นั่นคือหนึ่งในสามพันสำนักเต๋าอย่างแท้จริง! สืบทอดวิถีเต๋าสายเดียวกับสำนักเสวียนเทียนของเขา!
หลินจิ้นหัวเราะเจื่อน ๆ แล้วพยักหน้าอย่างจนใจ
