เหลียงตงโน้มหน้าเข้ามาดู แล้วทำหน้าบิดเบี้ยว
“โอ๊ย แผลแบบนี้ต้องเย็บไหมเนี่ย?”
“เย็บก็เย็บสิ ถ้ามีแผลเป็นก็ถือว่าเป็นเหรียญกล้าหาญแล้วกัน”
เฉินเยี่ยนยันที่วางแขนของเบาะ ค่อย ๆ นั่งตัวตรง
เขายื่นมือไปหยิบไมโครโฟนประกาศภายในห้องโดยสารขึ้นมา
เหลียงตงชะงักไปครู่หนึ่ง
“นายจะทำอะไร?”
“พูดอะไรสักหน่อย”
เฉินเยี่ยนกระแอมเบา ๆ แล้วกดปุ่มพูด
“ผู้โดยสารทุกท่านครับ ผมคือกัปตันของเที่ยวบินนี้ เฉินเยี่ยนครับ”
ห้องโดยสารค่อย ๆ เงียบลง
ทุกคนตั้งใจเงี่ยหูฟัง
“ก่อนอื่น ในนามของลูกเรือทุกคน ผมขอโทษทุกท่านครับ”
“ที่ทำให้ทุกท่านต้องเผชิญกับเหตุการณ์น่าตกใจเช่นนี้ เป็นความรับผิดชอบของพวกเรา ขอโทษครับ”
กู้ม่านยืนอยู่บริเวณด้านหน้าห้องโดยสาร พอได้ยินคำพูดนั้น จมูกก็พลันแสบขึ้นมา
“สิ่งที่พวกเราผ่านมาด้วยกันในชั่วโมงที่ผ่านมา ผมคงไม่ต้องพูดอะไรมาก”
“กระจกหน้าห้องนักบินแตก เครื่องยนต์หยุดทำงาน เครื่องบินเกือบแหลกกลางอากาศ”
“พูดตามตรง มีอยู่หลายช่วงที่แม้แต่ผมเองก็คิดว่า บางทีคงไม่รอดแล้วจริง ๆ”
ในห้องโดยสาร ผู้โดยสารบางคนค่อย ๆ ยกมือเช็ดน้ำตา
“แต่พวกเราไม่ยอมแพ้”
“ผู้ช่วยนักบินของผม ลูกเรือของผม พนักงานต้อนรับทุกคน ไม่มีใครยอมแพ้เลย”
“ที่สำคัญกว่านั้น พวกคุณเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน”
“พวกคุณทำตามคำสั่ง คอยช่วยเหลือกัน ไม่มีใครแตกตื่น”
“เพราะอย่างนั้น เครื่องบินถึงหยุดลงได้ และพวกเราทุกคนยังมีชีวิตอยู่”
เฉินเยี่ยนเว้นจังหวะ ก่อนจะเพิ่มระดับเสียงขึ้นเล็กน้อย
“อีกสักครู่ตอนลงจากเครื่อง ผมหวังว่าทุกท่านจะเดินออกไปอย่างสง่าผ่าเผย”
“อย่าทำหน้าเศร้าสร้อย และอย่าคิดว่าตัวเองเป็นคนโชคร้าย”
“พวกคุณคือคนที่กลับมาจากความสูงหมื่นเมตรได้อย่างปลอดภัย”
“ทุกคนบนเครื่องบินลำนี้ในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือหรือผู้โดยสาร ล้วนเป็นฮีโร่ทั้งนั้น”
“เป็นฮีโร่ของตัวเอง และเป็นฮีโร่ของกันและกัน”
เสียงประกาศจบลง
ห้องโดยสารเงียบไปสองวินาที
จากนั้นเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องก็ดังกระหึ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ
“กัปตันสุดยอดไปเลย!”
“พวกเราทุกคนเป็นฮีโร่!”
ม่อจื่อชูโทรศัพท์ขึ้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางตะโกนใส่กล้อง
