ห้องโดยสาร
กู้ม่านยื่นน้ำให้เธอครึ่งขวด “ดื่มสักอึก ชุ่มคอหน่อย”
ซ่งเสี่ยวรับมาจิบเล็กน้อย ก่อนยิ้มเจื่อน “พี่ม่าน ฉันทำงานมา 3 ปี ซ้อมลงจอดฉุกเฉินตั้งไม่รู้กี่ครั้ง พอเจอเข้าจริง ขาก็ยังเป็นตะคริวอยู่ดี”
“ใครจะไม่เป็นล่ะ” กู้ม่านรวบผมที่หลุดลงมา “ฉันบินมา 8 ปี เพิ่งเคยเจอหางเครื่องบินโดนยิงครั้งแรก กลับไปต้องให้บริษัทจ่ายค่าทำขวัญให้พวกเราซะแล้ว”
“ถ้าได้กลับไปนะ” ซ่งเสี่ยวพึมพำเสียงเบา
“ถุย ๆ ๆ ปากเสียจริง” กู้ม่านถลึงตาใส่เธอ “เธอไม่รู้หรือไงว่ากัปตันเฉินฝีมือระดับไหน มีเขาอยู่ด้วย ฟ้าถล่มก็ไม่เป็นไรหรอก”
ซ่งเสี่ยวเหลือบมองไปทางห้องนักบิน ไม่ได้พูดอะไร แต่แววตากลับปิดบังความรู้สึกไว้ไม่มิด
เจียงจวิ้นซึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นทุกอย่างแล้ว ก็ยิ้มพลางส่ายหน้า
“สาวน้อย ไม่ต้องกลัว ฉันจะเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง”
ซ่งเสี่ยวหันไปมองเขา “ผอ.เจียง ยังมีอารมณ์เล่าเรื่องอีกเหรอคะ?”
“ยิ่งเป็นเวลาแบบนี้ยิ่งต้องเล่า” เจียงจวิ้นรัดเข็มขัดนิรภัยให้แน่น “เมื่อก่อนฉันเคยประจำอยู่แอฟริกานาน ๆ ครั้งหนึ่งขบวนรถถูกซุ่มโจมตี กระสุนเฉียดหนังศีรษะไป ฉันหมอบอยู่ในรถ คิดในใจว่าจบแล้ว ชีวิตนี้คงต้องทิ้งไว้ที่นี่”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ?”
“หลังจากนั้น เฮลิคอปเตอร์ที่มารับพวกเราก็มาถึง นักบินฝ่าห่ากระสุนเข้ามา ลากพวกเราออกไปได้จริง ๆ” เจียงจวิ้นหยุดไปครู่หนึ่ง “ตั้งแต่นั้นฉันก็เชื่อเรื่องหนึ่ง ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ก็จะมีคนของเรามารับกลับบ้านเสมอ”
