เย่ซีมองข้อความยาวเหยียดที่เพื่อนสนิทส่งมาบนหน้าจอโทรศัพท์ ทั้งจนใจทั้งขำ
เธอไม่ได้คลั่งไคล้กู้ซีโหลวถึงขั้นตามติด แต่เพื่อนสนิทของเธอนี่สิ เป็นแฟนคลับตัวยงของเขาอย่างแท้จริง
หางตาของกู้ซีโหลวบังเอิญเหลือบเห็นชื่อกู้ซีโหลวบนหน้าจอ มุมปากจึงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ก่อนเอ่ยเสียงนุ่มว่า “ชอบผมเหรอครับ?”
“หืม?”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเย่ซีคิดไปเองหรือเปล่า จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าคำพูดนี้ฟังดูมีความหมายแฝงอยู่บ้าง
เธอรีบขยับโทรศัพท์ไปทางขอบโต๊ะอย่างกระอักกระอ่วน พูดติดขัดเล็กน้อยว่า “มะ...ไม่ใช่ค่ะ เป็นเพื่อนสนิทของฉันต่างหาก เธอชื่นชมคุณมาก แล้วก็ชอบคุณมากด้วยค่ะ”
“อย่างนั้นเหรอครับ?” กู้ซีโหลวชะงักไปเพียงครู่เดียว ก่อนหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเป้สีดำด้านหลัง รูปนี้เขาพกติดตัวไว้เวลาออกไปข้างนอก เผื่อใช้เซ็นชื่อมอบให้แฟนคลับ
กู้ซีโหลวก้มหน้าจรดปากกา ลายมือพลิ้วไหวคล่องแคล่ว เขาเซ็นชื่อตัวเองรวดเดียวจบ จากนั้นก็ยื่นให้เย่ซี “ฝากเอาไปให้เธอด้วยนะครับ ขอบคุณที่ชอบผม”
เย่ซีรีบรับมา กล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ “ขอบคุณมากนะคะ คุณกู้”
“เรื่องเล็กน้อยครับ” กู้ซีโหลวยิ้มบาง ๆ พลางมองเด็กสาว
เด็กสาวที่เงียบ ๆ ว่าง่ายแบบนี้ ใครเห็นก็อดเอ็นดูไม่ได้จริง ๆ
งานเลี้ยงค่อย ๆ ดำเนินมาถึงช่วงท้าย บรรยากาศในห้องส่วนตัวผ่อนคลาย แสงไฟอบอุ่น
เย่ซีเก็บรูปที่เซ็นชื่อแล้วอย่างระมัดระวัง ในใจคิดเพียงว่าจะเอาไปเซอร์ไพรส์เพื่อนสนิทครั้งใหญ่
เพราะมัวแต่คิดเรื่องนี้ เธอจึงไม่ทันสังเกตสายตาที่จับจ้องมาจากที่นั่งประธานเป็นระยะ
โจวอิ๋งที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มองเห็นท่าทีของลู่ชิงหวยทั้งหมด
บางทีนี่คงเป็นสายใยทางสายเลือดกระมัง
ลานจอดรถใต้ดินของเฟิงหัวเยี่ยนมีแสงไฟสลัว เสียงฝีเท้าดังก้องแผ่วเบาไปตามทางเดินอันว่างเปล่า
หลังงานเลี้ยงจบลง ทุกคนก็ลงมาจากลิฟต์ โจวอิ๋งต้องกลับที่พัก ส่วนเย่ซีต้องกลับมหาวิทยาลัยเมืองหลวง
ผู้ช่วยของกู้ซีโหลวขับรถมาจอดตรงหน้าแล้ว เขายกมือบอกลาลู่ชิงหวย “อาจารย์ลู่ ผมขอตัวก่อนนะครับ ไว้เราค่อยติดต่อกันอีกที”
ลู่ชิงหวยพยักหน้าเล็กน้อย
โจวอิ๋งหันไปกำชับเย่ซี “ซีซี เดินทางระวังนะ ถึงหอแล้วส่งข้อความหาแม่ด้วย”
เธอยังมีเรื่องต้องคุยกับลู่ชิงหวย จึงไปส่งลูกสาวไม่ได้
“ค่ะ แม่” เย่ซีพยักหน้า
กู้ซีโหลวเหลือบมองเวลา ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “คุณโจว พอดีโรงแรมที่ผมพักอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยจิงต้า ผมไปทางเดียวกัน เดี๋ยวผมไปส่งนักศึกษาเย่ที่มหาวิทยาลัยนะครับ”
คำพูดนี้ฟังดูเป็นธรรมชาติ ไม่มีอะไรเกินไปกว่าอาจารย์ที่ดูแลลูกสาวของเพื่อนเก่า
นั่งรถคุณกู้เหรอ? เย่ซีชะงักไป ก่อนจะหันไปมองโจวอิ๋งผู้เป็นแม่โดยไม่รู้ตัว
โจวอิ๋งคิดอยู่ครู่หนึ่ง การเรียกรถตอนกลางคืนไม่ค่อยปลอดภัยจริง ๆ กู้ซีโหลวเป็นศิษย์ของลู่ชิงหวย คนที่ลู่ชิงหวยชื่นชมมากขนาดนั้น คงมีนิสัยใจคอไม่เลว
ไหน ๆ ก็ไปทางเดียวกัน เธอจึงไม่ปฏิเสธและยิ้มตอบรับ “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนคุณกู้ด้วยนะคะ”
“ยินดีครับ” กู้ซีโหลวยิ้มบาง ๆ พลางผายมือเชื้อเชิญ
ลู่ชิงหวยยืนนิ่งอยู่กับที่ ในใจรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง เขากำชับเสียงขรึมว่า “เดินทางระวังนะ”
เย่ซีกอดกระเป๋าผ้าใบที่ใส่หนังสือเรียนเฉพาะทางไว้แนบตัว แล้วเดินตามกู้ซีโหลวไปที่รถ
ผู้ช่วยเปิดประตูเบาะหลังให้ เย่ซีก้มตัวเข้าไปนั่ง
จากนั้นกู้ซีโหลวก็ขึ้นมานั่งเบาะหลังเช่นกัน โดยเว้นระยะห่างจากเธอหนึ่งที่นั่ง
รถค่อย ๆ แล่นออกจากลานจอดรถใต้ดิน ก่อนจะรวมเข้ากับกระแสรถยามค่ำคืน
ภายในรถเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงบรรเลงเบา ๆ จากเครื่องเสียงรถยนต์
แสงนีออนหลากสีด้านนอกหน้าต่างพาดผ่านไปไม่ขาดสาย สะท้อนบนใบหน้าของเย่ซีวูบวาบ
เธอกอดกระเป๋าผ้าใบไว้บนตักอย่างเกร็ง ๆ ภายในนั้นมีรูปถ่ายพร้อมลายเซ็นของกู้ซีโหลวอยู่
เธอพยายามไม่มองคนข้าง ๆ แต่ถึงจะมองแค่หางตา ก็ยังเห็นใบหน้าด้านข้างคมสันของกู้ซีโหลวอยู่ดี
ผู้ชายคนนี้หล่อจริง ๆ! หล่อกว่าที่เห็นในโทรทัศน์อีก
จู่ ๆ เย่ซีก็เข้าใจขึ้นมาว่าทำไมกวนซูเยว่ถึงหลงใหลเขาหัวปักหัวปำ ไม่ต้องพูดถึงฝีมือการแสดง แค่หน้าตาก็ทำให้คนต่างเพศหลงเสน่ห์ได้มากมายแล้วกระมัง?
“เตรียมสอบบรรจุครูอยู่ ต้องทบทวนบทเรียนหนักมากไหมครับ?” เสียงทุ้มมีเสน่ห์ของชายหนุ่มดังขึ้น
ความคิดของเย่ซีถูกขัดจังหวะ เมื่อนึกถึงสิ่งที่เพิ่งคิด ใบหน้าก็พลันร้อนผ่าว
เธอรีบก้มหน้า กลัวกู้ซีโหลวจะเห็นแก้มแดง ๆ ของตัวเอง ก่อนตอบว่า “ก็ไม่เท่าไรค่ะ ฉันทำข้อสอบตามแผนที่วางไว้ทุกวัน”
“เรียนครูไม่ง่ายเลย ต้องอดทนให้มากนะครับ”
กู้ซีโหลวไม่รู้ว่าทำไมเมื่อครู่เธอถึงใจลอย แต่พอเห็นปลายหูแดงก่ำ แถมยังก้มหน้าซ่อนอะไรบางอย่าง เขาก็อดขำไม่ได้
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แฝงความห่วงใยบริสุทธิ์ใจแบบรุ่นพี่ “ถ้ารู้สึกเหนื่อยก็พักบ้างนะครับ อย่าฝืนจนเกินไป”
“เข้าใจแล้วค่ะ” เย่ซีตอบรับเบา ๆ
รถแล่นไปตามทางมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยจิงต้า ไม่นานก็เข้าใกล้ประตูมหาวิทยาลัย ก่อนจะค่อย ๆ จอดลงข้างทาง
“ถึงแล้วครับ” กู้ซีโหลวหันมามองเธอ “เข้าไปเถอะ ตอนกลางคืนคนเดินถนนน้อย รีบกลับหอนะครับ”
“ขอบคุณนะคะ คุณกู้” เย่ซีกอดกระเป๋าผ้าใบไว้แนบอก “รบกวนคุณมาส่งฉันถึงที่เลย”
“เรื่องเล็กน้อยครับ” กู้ซีโหลวยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า “กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่นะครับ”
เย่ซีเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไป ลมเย็นพัดผ่าน ช่วยพัดไอร้อนบนใบหน้าให้จางลงไปไม่น้อย
เธอหันกลับมา พยักหน้าให้คนในรถเล็กน้อยเพื่อบอกลา
กู้ซีโหลวก็พยักหน้าให้เธอเช่นกัน เขามองเย่ซีวิ่งเข้าไปในประตูมหาวิทยาลัย ก่อนสั่งคนขับรถว่า “กลับโรงแรม”
รถเก๋งสีดำเลี้ยวกลับ มุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่อยู่ไม่ไกล เสียงรถถูกกลืนหายไปในรัตติกาลอย่างรวดเร็ว
หลังรถของกู้ซีโหลวแล่นออกไป ลานจอดรถก็เหลือเพียงแสงไฟสีขาวเย็นบนเพดาน กับคนสองคนที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
เสียงรถที่แล่นผ่านจากระยะไกลดังก้องแผ่วเบาไปตามทางเดินอันว่างเปล่า
โจวอิ๋งยืนอยู่กับที่ มองตามทิศทางที่รถหายลับไป สีหน้าดูเหม่อลอยเล็กน้อย
ลู่ชิงหวยยืนอยู่ไม่ไกลด้านหลัง มองแผ่นหลังที่ตั้งตรงของเธอ
ความสนิทสนมผ่อนคลายจากงานเลี้ยงเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น บรรยากาศตอนนี้หนักอึ้งจนชวนอึดอัด
โจวอิ๋งเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน น้ำเสียงพยายามรักษาความสงบไว้ แต่ก็ยังปิดบังความตึงเครียดไม่ได้ “รุ่นพี่ วันนี้ขอบคุณมากนะที่เลี้ยงพวกเรา...”
“อาอิ๋ง ขอบคุณนะ” ลู่ชิงหวยเอ่ยขึ้นก่อนที่โจวอิ๋งจะพูดจบ
ขอบคุณที่ให้กำเนิดเย่ซี ขอบคุณที่เลี้ยงดูเธอมาอย่างดี
และขอบคุณที่ยอมพาเธอมาหาผม ให้ผมได้รู้ว่าเธอมีตัวตน ได้เห็นหน้าลูกสาวของตัวเองสักครั้ง
หลังจากเงียบไปหนึ่งนาที
“ลู่ชิงหวย” โจวอิ๋งเอ่ยเสียงเบา แฝงแววเตือนอยู่เล็กน้อย “เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป เธอมีพ่อของเธอ และใช้ชีวิตได้ดีอยู่แล้ว เธอมีแผนชีวิตของตัวเอง อย่าไปทำให้ชีวิตตอนนี้ของเธอวุ่นวาย วันนี้...”
“ก็ถือเสียว่าเติมเต็มสายใยพ่อลูกของพวกคุณในชาตินี้แล้วกัน”
ลู่ชิงหวยหลับตาลง หัวใจราวกับถูกหินก้อนใหญ่กดทับ
“ดึกมากแล้ว ฉันต้องไปก่อน” โจวอิ๋งเก็บงำอารมณ์ทั้งหมด ก่อนกลับไปมีท่าทีสุภาพห่างเหินดังเดิม “รุ่นพี่ เราคงต้องแยกกันตรงนี้”
พูดจบเธอก็หันหลังเดินไปยังรถของตัวเอง
เธอรู้จักลู่ชิงหวยดี รู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร และมั่นใจว่าเขาจะไม่ไปตามตอแยเย่ซีหรือทำให้แผนชีวิตเดิมของเย่ซีต้องยุ่งเหยิง
เพราะอย่างนั้น ในวันที่โชคชะตาพาให้พวกเขากลับมาพบกันอย่างไม่คาดคิด เมื่อรู้ว่าเขายังไม่ได้แต่งงานและไม่มีลูก เธอถึงตัดสินใจให้เขาได้เห็นหน้าเย่ซีสักครั้ง
ถือเสียว่าได้ให้คำตอบกับความยึดติดของเขา
ลู่ชิงหวยยืนอยู่ในลานจอดรถอันว่างเปล่า มองรถของเธอค่อย ๆ แล่นออกไปจากทางเดิน
